เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน. ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอ.
ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงเมตตาเทอญ. ข้าแต่พระคริสตเจ้า โปรดทรงเมตตาเทอญ. ข้าแต่พระเจ้า โปรดทรงเมตตาเทอญ.
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า... ลองจินตนาการถึงความรู้สึกเมื่อเราต้องเดินทางไกล... เราจัดกระเป๋า เราตรวจสอบแผนที่ เราคำนวณเชื้อเพลิง และเราจดจ่ออยู่กับจุดหมายปลายทาง แต่บ่อยครั้งในชีวิต เรากลับพบว่าการเดินทางที่ยากลำบากที่สุดไม่ใช่การข้ามทวีป แต่มันคือการก้าวเดินต่อไปในวันที่หัวใจของเราแตกสลาย... วันนี้ ในบทพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงตรัสเรื่องการ 'คำนวณค่าใช้จ่าย' ก่อนจะสร้างหอคอยหรือออกรบ... พระองค์ไม่ได้กำลังสอนเรื่องการเงิน แต่พระองค์กำลังสอนเรื่อง 'ความพร้อมของหัวใจ' ในการเดินตามพระองค์... พระองค์ตรัสว่า 'ผู้ใดไม่แบกไม้กางเขนของตนและติดตามเรา ผู้นั้นเป็นศิษย์ของเราไม่ได้'
ไม้กางเขน... เรามักจะมองมันเป็นภาระที่หนักอึ้ง แต่ในสายตาของนักบุญชาร์ลส์ บอร์โรเมโอ ผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อการปฏิรูปและดูแลประชากรของพระเจ้าด้วยความรักที่เสียสละ ไม้กางเขนคือ 'หนทาง' ที่นำไปสู่ความสว่าง... สี่เดือนแล้วนับตั้งแต่เบนจามิน วอ ลูกชายผู้เป็นที่รักได้ก้าวข้ามผ่านประตูแห่งกาลเวลาไปสู่บ้านของพระเจ้า... พ่อรู้ว่าในบ้านของท่านอาลันและท่านเถา ความเงียบงันอาจจะดูเหมือนเป็นไม้กางเขนที่หนักอึ้งที่สุด ท่านอาลัน ท่านเถาครับ พ่อรู้ว่าในฐานะพ่อแม่ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายผู้เป็นดวงใจนั้นมันเหมือนกับการถูกพรากส่วนหนึ่งของชีวิตไป... ในยามค่ำคืนที่เงียบงัน ความคิดถึงมักจะเดินทางมาเคาะประตูหัวใจของท่าน... ท่านอาจจะถามตัวเองด้วยความเจ็บปวดว่า 'เราทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า? ทำไมเราถึงปกป้องเขาไว้ไม่ได้?'... ในวินาทีนี้ พ่อขอพูดกับท่านด้วยความจริงและด้วยความรักของพระเจ้า: ท่านไม่ได้พลาดอะไรเลย... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ความเจ็บป่วยที่พรากเบนจามินไปนั้น ไม่ใช่บทลงโทษและไม่ใช่ความบกพร่องของท่านทั้งสิ้น... มันเป็นความทุกข์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่มีความรักหรือความใส่ใจใดในโลกจะขวางกั้นได้... ท่านได้รัก ได้ดูแล และได้โอบกอดเบนจามินด้วยหัวใจทั้งหมดของความเป็นพ่อแม่แล้ว และเบนจามินก็รับรู้ความรักนั้นอย่างเต็มเปี่ยม... พระเจ้าผู้ทรงเมตตาไม่ได้กล่าวโทษท่าน... และท่านก็ไม่ควรลงโทษหัวใจของตัวเองอีกต่อไป... จงวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดนี้ลงที่หน้าพระแท่น ให้พระเมตตาของพระเจ้าชะล้างความเจ็บปวดนั้นออกไป และให้ท่านเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดเถิด
เบนจามินคือเด็กชายผู้เปี่ยมด้วยความฉลาดและหัวใจที่อ่อนโยน... พี่น้องยังจำภาพของเขาได้ไหมครับ? ภาพที่เขาและไรอัน น้องชายผู้เป็นที่รัก นั่งอยู่บนรถไฟที่กำลังแล่นผ่านทิวทัศน์อันสวยงาม... เบนจามินในวัยเกือบสิบห้าปี สวมหมวกเบสบอล นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่สงบและครุ่นคิด... เขาไม่ได้กำลังกังวลถึงจุดหมาย แต่เขากำลังซึมซับความงามของโลกใบนี้... ความเงียบในภาพนั้นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความสงบที่เบนจามินมีในใจ... เขาเป็นเด็กชายที่ 'พยายาม' อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกศิลปะการต่อสู้กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดจ้า หรือการพยายามทำความเข้าใจโลกของเทคโนโลยีและ AI ที่เขาหลงใหล... เขาคือเด็กชายที่รู้ว่าชีวิตคือการเดินทาง และเขาก็ได้ก้าวเดินอย่างกล้าหาญจนถึงวินาทีสุดท้าย
ในบทอ่านแรก นักบุญเปาโลเตือนเราว่า 'จงทำงานเพื่อความรอดพ้นของท่านด้วยความยำเกรงและด้วยความเคารพ'... เปาโลเปรียบเทียบชีวิตเหมือนการ 'ถูกเทลงเป็นเครื่องบูชา'... เบนจามินเองก็เช่นกัน แม้ชีวิตของเขาจะสั้นนัก แต่ความรักที่เขามอบให้คนรอบข้างนั้นคือเครื่องบูชาที่บริสุทธิ์... ท่านจำเรื่องราวที่เขาตั้งใจจะมอบเงินเก็บทั้งหมดในกระปุกออมสินเพื่อช่วยเหลือคุณลุงวิลเลียมได้ไหมครับ? เขาไม่ได้ทุบกระปุก ไม่ได้ทำลายสิ่งใดเลย... แต่นั่นคือ 'การเสนอ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้... นั่นคือหัวใจที่ถูกหลอมจนกลายเป็นทองคำที่พระเจ้ารักและหวงแหน... ความรักนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันยังคงไหลรินผ่านบ่อน้ำแห่งความรัก (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกสร้างขึ้นในชื่อของเขา เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้ที่ขาดแคลนในดินแดนที่ห่างไกล... ทุกครั้งที่น้ำสะอาดไหลออกมา นั่นคือความเมตตาของเบนจามินที่ยังคงทำงานอยู่... เขาไม่ได้จากไปไหนไกล เขายังคง 'ให้' และ 'แบ่งปัน' ผ่านความดีที่ครอบครัวและมิตรสหายได้ทำในนามของเขา
พระเยซูเจ้าตรัสในพระวรสารว่า 'ทุกคนของท่านที่ไม่ได้สละสิ่งสารพัดที่ตนมี ก็เป็นศิษย์ของเราไม่ได้'... การสละในที่นี้ไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการ 'ปล่อยมือ' เพื่อให้พระเจ้าเติมเต็มด้วยสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า... เบนจามินได้ปล่อยมือจากโลกนี้แล้ว และบัดนี้เขากำลังได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า... ไรอัน ลูกชายที่รักของพ่อ... พี่เบนยังคงอยู่กับหนูเสมอในความทรงจำและความรักที่พี่ชายมีให้... อย่ากลัวที่จะมีความสุข อย่ากลัวที่จะเติบโต เพราะความสุขของหนูคือรอยยิ้มที่พี่เบนอยากเห็นที่สุดจากบนสวรรค์... พี่เบนมองลงมาจากที่ที่ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป และเขากำลังรอคอยที่จะได้ต้อนรับหนูและพ่อแม่ที่โต๊ะเสวยแห่งสวรรค์นั้น... ที่นั่นไม่มีที่นั่งว่างอีกต่อไป เพราะทุกคนที่พระเจ้ารักจะมารวมตัวกันครบถ้วน
ท่านอาลัน ท่านเถาครับ... ความคิดถึงที่ท่านมีต่อเบนจามิน บางครั้งอาจจะมาในรูปแบบของความฝัน... เหมือนกับที่ท่านเคยฝันว่าได้ยืนรอซื้อไอศกรีมกับเบนจามิน และเขาก็เป็นคนจ่ายเงินให้... ความฝันเหล่านั้นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นสะพานเล็กๆ ที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้หัวใจที่คิดถึงได้เชื่อมต่อกันชั่วขณะ... เบนจามินบอกพ่อว่า 'ไม่เป็นไรนะ Con sẽ dõi theo ba mẹ - ลูกจะคอยเฝ้าดูพ่อแม่นะ'... นั่นคือคำพูดที่มาจากลูกชายผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญูและห่วงใย เขายังคงอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเสมอ... พ่ออยากให้ท่านนำสิ่งนี้ติดตัวกลับบ้านไปครับ: ในครั้งต่อไปที่ท่านเห็นนกน้อยบินผ่านไป หรือเห็นเครื่องบินกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ให้ท่านแหงนมองขึ้นไป ส่งยิ้มให้เบนจามิน และกระซิบเบาๆ ว่าท่านรักเขามากเพียงใด... จงเข้มแข็งและวางใจเถิด เพราะพระเจ้าผู้ทรงสวมเกราะคุ้มกันให้เบนจามิน ก็ทรงกางปีกโอบกอดท่านไว้ด้วยความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน... ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในใจของท่านทั้งหลายตลอดไป... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าทรงอวยพรและคุ้มครองท่านทั้งหลายในทุกย่างก้าวของชีวิต อาเมน.
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.