เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน. ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย.
ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาเทอญ. ข้าแต่พระคริสตเจ้า ขอทรงเมตตาเทอญ. ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงเมตตาเทอญ.
พี่น้องที่รัก ลองจินตนาการถึงโต๊ะเก็บภาษีตัวหนึ่งในเมืองคาเปอรนาอุม... เป็นโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและเหรียญตราที่สื่อถึงการกดขี่ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างก้มหน้าด้วยความรังเกียจมัทธิว เพราะเขาถูกมองว่าเป็นคนทรยศต่อชาติและเป็นคนบาปที่คบค้ากับผู้ปกครองต่างแดน มัทธิวเองก็นั่งอยู่ที่นั่น ก้มหน้าอยู่กับตัวเลขและผลกำไรที่เย็นชา... จนกระทั่งวันหนึ่ง มีเสียงฝีเท้าหนึ่งหยุดลงตรงหน้าเขา ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของทหารหรือคนเก็บภาษีด้วยกัน แต่เป็นเสียงของพระเยซูเจ้า พระองค์ไม่ได้ตรัสถามถึงรายได้ ไม่ได้ตำหนิความผิดบาปของเขา แต่พระองค์ตรัสเพียงสั้นๆ ว่า 'จงตามเรามาเถิด'
มัทธิวไม่ได้ถูกเรียกเพราะความดีของเขา แต่ถูกเรียกเพราะพระเมตตาของพระเจ้าที่มองทะลุผ่านความผิดบาปไปเห็น 'หัวใจ' ที่รอคอยการเปลี่ยนแปลง... วันนี้ พ่ออยากชวนเราทุกคนมองไปที่มัทธิวคนนี้ แล้วลองมองย้อนกลับมาที่ชีวิตของเบนจามิน วอ... เบนจามินผู้มีดวงตาสดใสและหัวใจที่กว้างขวางยิ่งกว่าท้องฟ้าที่เขาเฝ้ามอง... เบนจามินเป็นเด็กชายที่ไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะเก็บภาษี แต่เขานั่งอยู่หน้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขียนโค้ดใน GitHub สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันบริสุทธิ์... เขาเป็นเด็กที่รักการเรียนรู้ รักการแบ่งปัน และรักครอบครัวอย่างสุดหัวใจ... ความฉลาดของเขาในเรื่องเทคโนโลยีหรือคณิตศาสตร์นั้นน่าทึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็น 'ศิษย์' ที่แท้จริงของพระคริสต์ คือความอ่อนโยนที่เขาแสดงออกมาเสมอ
พี่น้องครับ พ่อรู้ว่าสามเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เบนจามินเดินทางกลับสู่บ้านของพระบิดา... บ้านที่เคยมีเสียงหัวเราะของพี่น้องระหว่างมื้ออาหาร... บ้านที่เคยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ 'Con Chim Airlines' สายการบินในจินตนาการที่เบนจามินมักจะพูดถึงด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข... บัดนี้ความเงียบนั้นช่างบาดลึกหัวใจเหลือเกิน... พ่อรู้ว่าคุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา และน้องไรอัน กำลังเผชิญกับความร้าวรานที่ไม่มีคำพูดใดจะบรรยายได้... และในความเงียบนั้น ปีศาจแห่งความรู้สึกผิดมักจะแอบกระซิบถามท่านเสมอว่า 'เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? เราสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม?' ... ท่านอาลัน ท่านเถาครับ... พ่อขอให้ท่านฟังคำพูดนี้ให้ชัดเจน... ในนามของพระเจ้าผู้ทรงรักท่านจนยอมสละพระบุตร... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อย... ความเจ็บป่วยที่เบนจามินเผชิญไม่ใช่บทลงโทษ ไม่ใช่ความบกพร่องของพ่อแม่ และไม่ใช่ผลจากความประมาทเลินเล่อใดๆ ทั้งสิ้น... พระเจ้าไม่ได้ส่งความเจ็บป่วยมาเพื่อทดสอบความเชื่อของท่าน และพระองค์ไม่เคยกล่าวโทษท่านเลย... บางครั้ง ความทุกข์โศกก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครควบคุมได้ มันไม่ได้มาจากความผิดพลาดของใครทั้งสิ้น... ขอให้ท่านวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งนี้ลงที่เชิงกางเขนเถิด... ท่านได้รักเบนจามินอย่างสุดหัวใจของมนุษย์คนหนึ่งจะทำได้แล้ว และพระเจ้าทรงรับเบนจามินไว้ในอ้อมกอดของพระองค์ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก... ท่านได้รับคำตอบจากพระเจ้าแล้วว่า 'เราต้องการความเมตตา ไม่ใช่เครื่องบูชา'... พระองค์ทรงต้องการให้ท่านวางความทุกข์ใจนี้ลง และรับเอาความเมตตาของพระองค์ไปโอบกอดท่านไว้แทน
ลองนึกถึงภาพที่เบนจามินเสนอที่จะมอบเงินเก็บทั้งชีวิตของเขาเพื่อช่วยคุณลุงวิลเลียม... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน... นี่คือหัวใจของเด็กชายที่เข้าใจความหมายของ 'การเป็นหนึ่งเดียว' อย่างที่นักบุญเปาโลสอนในบทอ่านแรกวันนี้... 'หนึ่งกาย หนึ่งจิต หนึ่งความหวัง... หนึ่งพระเจ้าและพระบิดาของทุกคน'... เบนจามินไม่ได้มองว่าตัวเองแยกขาดจากผู้อื่น เขามองเห็นความเจ็บปวดของคนรอบข้างและอยากจะแบ่งปัน... นี่คือหัวใจของอัครสาวก... นี่คือหัวใจของมัทธิวที่ลุกขึ้นจากโต๊ะภาษีและเดินตามพระคริสต์ไปโดยไม่ลังเล... เบนจามินได้สอนเราทุกคนให้เห็นว่า ชีวิตที่คุ้มค่าไม่ใช่ชีวิตที่ยาวนานที่สุด แต่คือชีวิตที่รักได้มากที่สุด... เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์ในแบบของเขา แม้จะเป็นเวลาเพียงสิบห้าปีก็ตาม
ไรอัน ลูกชายที่รักของพ่อ... พ่อรู้ว่าการไม่มีพี่เบนอยู่เคียงข้างในการแบ่งปันเรื่องราว หรือการเล่นเกมด้วยกันนั้นมันเหงาเพียงใด... แต่ขอให้หนูจำไว้ว่า ความผูกพันระหว่างหนูกับพี่เบนนั้น ไม่ได้ถูกตัดขาดด้วยความตาย... พี่เบนยังคงเป็นพี่ชายที่คอยมองลงมาจากฟ้าด้วยรอยยิ้ม... ความรักของพี่เบนที่หนูได้รับนั้น คือสมบัติที่ไม่มีวันเสื่อมสลาย... จงมีความกล้าหาญเหมือนที่พี่เบนเคยมี จงยิ้มให้กับชีวิต และใช้ชีวิตในทุกๆ วันด้วยความรักที่พี่เบนได้ฝากไว้ในหัวใจของหนู... หนูไม่ได้เดินลำพัง เพราะพี่ชายของหนูคือทูตสวรรค์ที่คอยปกป้องหนูเสมอ... และสำหรับทุกคนที่กำลังฟังอยู่ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหน หรือกำลังแบกไม้กางเขนใดอยู่... ขอให้รู้ว่าพระคริสต์ทรงเสด็จมาเพื่อคนบาป เพื่อคนป่วย เพื่อคนที่มีหัวใจแตกสลาย... พระองค์ทรงเสด็จมาหาท่านที่กำลังร้องไห้เงียบๆ ในห้องนอน หรือท่านที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยวในที่ทำงาน... พระองค์ไม่ได้ทรงมองหาความสมบูรณ์แบบ แต่ทรงมองหาความต้องการที่จะได้รับความรัก... พระองค์ทรงประทับอยู่ตรงนั้น ในความเงียบ ในหยาดน้ำตา ในความคิดถึงที่ท่านมีต่อเบนจามิน...
พี่น้องที่รัก... เบนจามินไม่ได้สูญหายไปไหน ความรักของเขายังคงไหลเวียนอยู่ในโลกนี้... เหมือนกับสายน้ำสะอาดจากบ่อน้ำที่ถูกขุดขึ้นในนามของเขา เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ยากไร้... ความรักของเขายังคงกระหายที่จะให้ ยังคงอยากเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้อื่น... เบนจามินได้ 'ตามพระคริสต์ไป' สู่บ้านนิรันดร์แล้ว และตอนนี้เขากำลังรอคอยที่จะต้อนรับพวกเราทุกคนที่โต๊ะเสวยในสวรรค์... ก่อนที่เราจะก้าวออกไปจากที่นี่ในวันนี้ พ่อไม่ได้ขอให้ท่านลืมความเศร้าในทันที แต่ขอให้นำสิ่งนี้ติดตัวกลับไป... ในทุกครั้งที่ท่านเงยหน้ามองท้องฟ้า ในทุกครั้งที่ท่านได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่าน ให้ระลึกถึงรอยยิ้มของเบนจามิน... และให้รู้ว่าความรักนั้นแข็งแกร่งกว่าความตาย... ขอให้พระองค์ผู้ทรงเป็นความรักแท้ ทรงโอบกอดครอบครัวของเรา และนำพาเราไปสู่วันที่เราจะได้ยินเสียงหัวเราะของเบนจามินอีกครั้งในสวนสวรรค์... ขอให้ท่านจงมีความหวังในทุกๆ วันที่พระเจ้าประทานให้... เพราะในความเมตตาของพระเจ้า เราทุกคนจะพบกันอีกครั้ง... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงเมตตาประทานสันติสุขแก่ท่านทั้งหลาย และขอให้พระพรของพระองค์สถิตอยู่กับท่านตลอดไป. อาเมน.
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.