เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน. ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าสถิตอยู่กับท่านทั้งหลายในวันนี้
พระคริสตเจ้า ทรงเป็นผู้รับใช้ที่ถ่อมตน ทรงเมตตาเทอญ. พระคริสตเจ้า ทรงเป็นขนมปังแห่งชีวิตนิรันดร์ ทรงเมตตาเทอญ. พระคริสตเจ้า ทรงเรียกเราทุกคนสู่โต๊ะเสวยแห่งสวรรค์ ทรงเมตตาเทอญ.
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า... ลองจินตนาการถึงภาพของ 'โต๊ะอาหาร' ที่จัดเตรียมไว้อย่างงดงามในบ้านหลังหนึ่ง กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่เก้าอี้กลับว่างเปล่า เพราะคนที่ได้รับเชิญต่างพากันปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ดูสมเหตุสมผลเหลือเกิน... คนหนึ่งติดธุระเรื่องที่ดิน อีกคนติดเรื่องการงาน อีกคนติดเรื่องครอบครัว... ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเล่าถึงงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่น่าสะเทือนใจที่สุดไม่ใช่การที่ผู้คนปฏิเสธ แต่คือความจริงที่ว่า 'ทุกอย่างพร้อมแล้ว' แต่หัวใจของมนุษย์กลับไม่พร้อมที่จะรับความรักนั้น
ในบ้านของท่านอาลันและท่านเถา ความว่างเปล่าที่โต๊ะอาหารไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่มันคือความจริงที่ท่านเผชิญมาตลอดสี่เดือนนับตั้งแต่เบนจามิน วอ ลูกชายผู้เป็นที่รักได้ก้าวข้ามผ่านประตูแห่งกาลเวลาไปสู่บ้านของพระเจ้า... วันนี้ พ่ออยากชวนท่านมองไปที่ภาพของ 'การว่างเปล่า' ในมุมใหม่... บางครั้งเรามองเห็นที่นั่งว่างและรู้สึกถึงความสูญเสีย แต่ในสายตาของพระเจ้า ที่นั่งว่างนั้นคือเครื่องเตือนใจว่า มีที่หนึ่งที่ถูกจองไว้แล้วในสรวงสวรรค์สำหรับเบนจามิน และสำหรับพวกท่านทุกคน
ท่านอาลัน ท่านเถาครับ พ่อรู้ว่าในฐานะพ่อแม่ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายผู้เป็นดวงใจนั้นมันหนักหนาเพียงใด... ในยามค่ำคืนที่เงียบงัน ความคิดฟุ้งซ่านมักจะแอบเข้ามาเคาะประตูหัวใจของท่าน ท่านอาจจะถามตัวเองด้วยความเจ็บปวดว่า 'เราทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า? ทำไมเราถึงปกป้องเขาไว้ไม่ได้?'... ในวินาทีนี้ พ่อขอพูดกับท่านด้วยความจริงและด้วยความรักของพระเจ้า: ท่านไม่ได้พลาดอะไรเลย... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ความเจ็บป่วยที่พรากเบนจามินไปนั้น ไม่ใช่บทลงโทษและไม่ใช่ความบกพร่องของท่านทั้งสิ้น... มันเป็นความทุกข์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่มีความรักหรือความใส่ใจใดในโลกจะขวางกั้นได้... ท่านได้รัก ได้ดูแล และได้โอบกอดเบนจามินด้วยหัวใจทั้งหมดของความเป็นพ่อแม่แล้ว และเบนจามินก็รับรู้ความรักนั้นอย่างเต็มเปี่ยม... พระเจ้าผู้ทรงเมตตาไม่ได้กล่าวโทษท่าน... และท่านก็ไม่ควรลงโทษหัวใจของตัวเองอีกต่อไป... จงวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดนี้ลงที่หน้าพระแท่น ให้พระเมตตาของพระเจ้าชะล้างความเจ็บปวดนั้นออกไป และให้ท่านเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดเถิด
เบนจามินคือเด็กชายผู้เปี่ยมด้วยความฉลาดและหัวใจที่อ่อนโยน... พี่น้องยังจำภาพของเขาได้ไหมครับ? เด็กชายที่นั่งอยู่เบาะหลังรถพร้อมกับไรอัน น้องชายผู้เป็นที่รัก ในมือถือกล่อง Chick-fil-A พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเหล็กดัดฟัน... หรือภาพที่เขากำลังมองเครื่องบินด้วยความหลงใหล พร้อมกับจินตนาการถึง 'Con Chim Airlines' ที่เขาอยากสร้างขึ้น... ความสดใสเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการสะท้อนถึงพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้าในตัวเขา... เบนจามินไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อจะจากไป แต่เขาใช้ชีวิตสิบห้าปีนั้นเพื่อเรียนรู้ที่จะรัก และเพื่อสอนให้คนรอบข้างรู้จักความรักที่แท้จริง
นักบุญเปาโลในบทอ่านแรกวันนี้เตือนใจเราว่า 'พระองค์ทรงถ่อมพระองค์ลง จนถึงกับยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน'... ความรักของพระเยซูเจ้าคือการ 'ว่างเปล่า' เพื่อให้เราเต็มเปี่ยม... เบนจามินเองก็เป็นเด็กชายที่รู้จักการให้... ท่านจำเรื่องราวที่เขาตั้งใจจะมอบเงินเก็บทั้งหมดในกระปุกออมสินเพื่อช่วยเหลือคุณลุงวิลเลียมได้ไหมครับ? เขาไม่ได้ทุบกระปุก ไม่ได้ทำลายสิ่งใดเลย... แต่นั่นคือ 'การเสนอ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้... นั่นคือหัวใจที่ถูกหลอมจนกลายเป็นทองคำที่พระเจ้ารักและหวงแหน... ความรักนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันยังคงไหลรินผ่านบ่อน้ำแห่งความรัก (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกสร้างขึ้นในชื่อของเขา เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้ที่ขาดแคลนในดินแดนที่ห่างไกล... ทุกครั้งที่น้ำสะอาดไหลออกมา นั่นคือความเมตตาของเบนจามินที่ยังคงทำงานอยู่
ไรอัน ลูกชายที่รักของพ่อ... พี่เบนยังคงอยู่กับหนูเสมอในความทรงจำและความรักที่พี่ชายมีให้... อย่ากลัวที่จะมีความสุข อย่ากลัวที่จะเติบโต เพราะความสุขของหนูคือรอยยิ้มที่พี่เบนอยากเห็นที่สุดจากบนสวรรค์... พี่เบนมองลงมาจากที่ที่ไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป และเขากำลังรอคอยที่จะได้ต้อนรับหนูและพ่อแม่ที่โต๊ะเสวยแห่งสวรรค์นั้น... ที่นั่นไม่มีที่นั่งว่างอีกต่อไป เพราะทุกคนที่พระเจ้ารักจะมารวมตัวกันครบถ้วน
ท่านอาลัน ท่านเถาครับ... ความคิดถึงที่ท่านมีต่อเบนจามิน บางครั้งอาจจะมาในรูปแบบของความฝัน... เหมือนกับที่ท่านเคยฝันว่าได้ยืนรอซื้อไอศกรีมกับเบนจามิน และเขาก็เป็นคนจ่ายเงินให้... ความฝันเหล่านั้นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นสะพานเล็กๆ ที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้หัวใจที่คิดถึงได้เชื่อมต่อกันชั่วขณะ... เบนจามินบอกพ่อว่า 'ไม่เป็นไรนะ Con sẽ dõi theo ba mẹ - ลูกจะคอยเฝ้าดูพ่อแม่นะ'... นั่นคือคำพูดที่มาจากลูกชายผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญูและห่วงใย เขายังคงอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเสมอ
วันนี้ พ่ออยากให้ท่านนำสิ่งนี้ติดตัวกลับบ้านไปครับ: ในครั้งต่อไปที่ท่านเห็นเครื่องบินกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หรือเห็นนกน้อยบินผ่านไป ให้ท่านแหงนมองขึ้นไป ส่งยิ้มให้เบนจามิน และกระซิบเบาๆ ว่าท่านรักเขามากเพียงใด... จงเข้มแข็งและวางใจเถิด เพราะพระเจ้าผู้ทรงสวมเกราะคุ้มกันให้เบนจามิน ก็ทรงกางปีกโอบกอดท่านไว้ด้วยความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน... ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในใจของท่านทั้งหลายตลอดไป... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงเป็นที่พึ่งแห่งความหวังของเรา ประทานสันติสุขแก่ท่านทุกคน. เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน.
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.