เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา สถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย
พระองค์ผู้ทรงเป็นที่ลี้ภัยและศิลาแห่งความรอดของเรา พระองค์ทรงเมตตาเทอญ พระคริสตเจ้า พระองค์ทรงเข้าใจความเปราะบางและหยาดน้ำตาของเรา พระองค์ทรงเมตตาเทอญ พระองค์ผู้ทรงกำหนดเวลาสำหรับทุกสิ่งและทรงโอบอุ้มเราไว้ในความรักนิรันดร์ พระองค์ทรงเมตตาเทอญ
พี่น้องที่รัก... ลองจินตนาการถึงจังหวะของนาฬิกาเรือนเก่าที่แขวนอยู่บนผนัง... เสียงเข็มที่ขยับไปทีละวินาที ไม่เคยหยุดรอใคร ไม่เคยหมุนกลับหลัง บางครั้ง ในความเงียบงันของยามค่ำคืน เสียงนั้นช่างดังและน่ากลัวเหลือเกินเมื่อเรากำลังรอคอยอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันหวนกลับมา... ในบทอ่านแรกวันนี้จากหนังสือปัญญาจารย์ ประกาศกเตือนใจเราถึงความจริงที่เรียบง่ายแต่บาดลึกว่า 'มีเวลาสำหรับทุกสิ่งภายใต้ฟ้าสวรรค์... มีเวลาเกิด และมีเวลาตาย... มีเวลาที่จะร้องไห้ และมีเวลาที่จะหัวเราะ' ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้เราสิ้นหวัง แต่เพื่อให้เราหยุดนิ่ง และยอมรับว่าชีวิตของเราไม่ได้อยู่ในกำมือของเราเอง แต่มันอยู่ในพระหัตถ์ของพระผู้สร้างผู้ทรงกำหนดเวลาทุกอย่างไว้อย่างงดงาม
เมื่อเราหวนนึกถึงเบนจามิน วอ ของเรา... เด็กชายผู้มีความอยากรู้อยากเห็นอันบริสุทธิ์ ผู้ที่ใช้เวลาสิบห้าปีบนโลกนี้อย่างเต็มเปี่ยมด้วยความสดใส... พ่อนึกถึงภาพรอยยิ้มของเบนจามินในวันที่เขานั่งมองเครื่องบินผ่านหน้าต่าง หรือตอนที่เขาพูดถึงสายการบินในจินตนาการที่เขาอยากจะสร้างขึ้นมา... เบนจามินไม่ได้มองเวลาเป็นสิ่งที่ไหลผ่านไปอย่างไร้ค่า แต่เขาเติมเต็มเวลาเหล่านั้นด้วยความรัก ความใส่ใจ และรอยยิ้มที่มอบให้กับคุณพ่อคุณแม่และทุกคนรอบตัว แม้ในยามที่เขาต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย เขาก็ยังคงเป็นเบนจามินผู้มีความอ่อนโยนในหัวใจเสมอ... เด็กชายคนเดิมที่เคยบอกกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยความจริงใจบริสุทธิ์ว่า เขายินดีที่จะนำเงินเก็บในกระปุกของเขามามอบให้เพื่อช่วยเหลือคุณลุงวิลเลียมที่กำลังป่วย... เขาไม่ได้ทุบกระปุกหรือทำลายสิ่งใดเลย มันเป็นเพียงคำพูดจากหัวใจที่พร้อมจะสละทุกอย่างที่มีเพื่อคนที่เขารัก... หัวใจดวงนั้นแหละครับ คือของขวัญที่พระเจ้าทรงมอบไว้ให้เราได้เรียนรู้
แต่พี่น้องครับ... พ่อรู้ว่าในยามที่ความสูญเสียมาเยือน เวลาดูเหมือนจะหยุดเดินสำหรับคนที่ยังอยู่... สามเดือนแล้วนับตั้งแต่เบนจามินเดินทางกลับสู่บ้านของพระบิดา พ่อรู้ว่าสำหรับท่านอาลันและคุณแม่เถา ความเงียบในบ้านหลังเลิกเรียน ความว่าง ญี่ปุ่น หรือยุโรปที่เคยเดินทางร่วมกัน บัดนี้มันช่างหนักอึ้งเหลือเกิน... และในความเงียบนั้นเอง ปีศาจแห่งความรู้สึกผิดมักจะแอบกระซิบถามท่านในยามดึกว่า 'เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? มีสิ่งใดที่เราน่าจะทำได้มากกว่านี้ไหม?'... ท่านอาลัน ท่านเถาครับ... พ่อขอให้ท่านเงี่ยหูฟังเสียงของพระเจ้าในวันนี้ให้ดี... ในนามของพระองค์ผู้ทรงไถ่เรา ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บป่วยของเบนจามินไม่ใช่บทลงโทษ ไม่ใช่ความบกพร่องของพ่อแม่ และไม่ใช่ผลจากความประมาทเลินเล่อใดๆ ทั้งสิ้น... พระเจ้าไม่ได้ส่งความเจ็บป่วยมาเพื่อทดสอบความเชื่อของท่าน และพระองค์ไม่เคยกล่าวโทษท่านเลย... มีบางสิ่งในโลกนี้ที่อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดและไม่มีใครผิดพลาด... ขอให้ท่านวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดที่แบกไว้นี้ลงที่เชิงกางเขนเถิด ท่านได้รักเบนจามินอย่างสุดหัวใจของมนุษย์คนหนึ่งจะทำได้แล้ว และพระเจ้าทรงโอบกอดเขาไว้ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่กว่า... พระองค์ตรัสกับท่านเช่นเดียวกับที่ทรงตรัสไว้ในพระวรสารว่า ความทุกข์เหล่านี้ไม่ใช่ความผิดของใครเลย ขอให้ท่านรู้สึกเป็นอิสระและได้รับความอภัยจากความกังวลทั้งปวง
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงถามบรรดาศิษย์ว่า 'ฝูงชนว่าเราเป็นใคร?'... แล้วพระองค์ก็ทรงหันมาตรัสถามพวกเขาแบบตัวต่อตัวว่า 'แล้วพวกท่านล่ะ ว่าเราเป็นใคร?'... เปโตรทูลตอบด้วยความมั่นใจว่า 'พระองค์คือพระคริสต์ของพระเจ้า'... พระเยซูเจ้าทรงรู้อย่างดีว่าหนทางข้างหน้านั้นคือไม้กางเขน คือความทุกข์ทรมาน และการถูกปฏิเสธ แต่พระองค์ก็ทรงก้าวเดินต่อไปด้วยความไว้วางใจในพระบิดา... เช่นเดียวกันครับ... เบนจามินเองก็ได้ค้นพบคำตอบนั้นในหัวใจของเขา เขาใช้ชีวิตโดยมีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง เป็นเด็กชายที่รู้จักรักและห่วงใยผู้อื่นก่อนตนเองเสมอ... และตอนนี้ ในสวนสวรรค์ที่เขาพำนักอยู่ เบนจามินไม่ได้หายไปไหน เขายังคงมองลงมาด้วยความรัก พร้อมกับส่งกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่และน้องไรอันก้าวเดินต่อไป
ไรอัน ลูกชายที่รักของพ่อ... พ่อรู้ว่าหนูคิดถึงพี่เบนมากแค่ไหน... การที่หนูยังคงจดจำเรื่องราวและการเดินทางที่เคยทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวหรือการเล่นด้วยกัน นั้นคือสายใยแห่งความรักที่ไม่มีวันขาดสะบั้น... อย่ากลัวที่จะยิ้ม อย่ากลัวที่จะมีความสุข เพราะพี่เบนอยากเห็นรอยยิ้มของน้องชายคนนี้เสมอ... ให้หนูใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งและกล้าหาญ เหมือนที่พี่เบนเคยเป็นแบบอย่างให้ดู...
พี่น้องที่รักทั้งหลาย ไม่ว่าท่านจะกำลังฟังอยู่ที่ไหน กำลังแบกรับความเหนื่อยล้าหรือความทุกข์โศกใดอยู่ในค่ำคืนนี้... ขอให้เราจำไว้ว่าพระเจ้าทรงเป็นศิลาและเป็นที่ลี้ภัยของเรา... ความรักของเบนจามินยังคงมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่แค่ในความทรงจำ แต่ผ่านทางการทำความดีที่เงียบงัน เหมือนกับบ่อน้ำสะอาดที่ถูกขุดขึ้นในนามของเขา เพื่อนำความชุ่มฉ่ำไปสู่ผู้คนที่ยากไร้ในดินแดนไกล... ความรักแท้ไม่เคยสูญสลายไปตามกาลเวลา... ก่อนที่เราจะก้าวออกไปจากที่นี่ในวันนี้ ขอให้นำสิ่งนี้ติดตัวกลับไป... ในทุกครั้งที่ท่านแหงนมองท้องฟ้า หรือได้ยินเสียงเครื่องบินทะยานขึ้นสู่เมฆ ให้ระลึกถึงรอยยิ้มของเบนจามิน... และให้รู้ว่าพระองค์ทรงโอบกอดเราทุกคนไว้ในความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงเป็นศิลาและความหวังของเรา ประทานสันติสุขและการปกป้องรักษาท่านทั้งครอบครัวตลอดไป... อาเมน
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.