เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน. ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับท่าน และสถิตกับท่านด้วยเช่นกัน
พระองค์ผู้ทรงเมตตา โปรดทรงพระกรุณาเทียนส่องใจเรา พระคริสตเจ้า ผู้ทรงรับความเจ็บปวดของเราไว้ โปรดทรงพระกรุณา พระองค์ผู้ทรงเป็นความหวังในยามโศกเศร้า โปรดทรงพระกรุณาเทียนส่องใจ
พี่น้องที่รัก ลองจินตนาการถึงภาพของแม่ผู้ยืนอยู่ใต้เงาของกางเขน... ไม่ใช่ภาพที่เต็มไปด้วยเสียงกึกก้องแห่งชัยชนะของโลกนี้ แต่เป็นภาพของความเงียบงัน ที่ซึ่งดบกบั่นและแหลมคมที่สุดกำลังกรีดแทงเข้าไปในดวงหทัย... ในพระวรสารที่เราเพิ่งสดับฟังวันนี้ ภาพของพระนางมารีย์ผู้ยืนอยู่เคียงข้างพระบุตรใต้ไม้กางเขน ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของความเข้มแข็งแบบหินผาที่ไม่รู้สึกรู้สา แต่เป็นความเข้มแข็งที่กล้าหาญยิ่งกว่านั้น คือความรักที่ปฏิเสธจะละทิ้งคนที่รัก แม้ในยามที่ความตายกำลังขีดเส้นกั้นระหว่างโลกทั้งสองใบ...
ภาพนี้พาเราให้หวนนึกถึงเด็กชายคนหนึ่งผู้มีดวงตากระจ่างใสและรอยยิ้มที่อบอุ่น... เบนจามิน วอ... สามเดือนแล้วที่เบนจามินได้เดินทางข้ามผ่านเส้นกั้นนั้นไปสู่อ้อมกอดของพระบิดa... พ่อรู้ว่าสำหรับคุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา และน้องไรอัน... ความเงียบในบ้านหลังเดิมนั้นช่างหนักอึ้งเพียงใด... มีบางมุมที่รองเท้าของเขาเคยถอดไว้ มีบางเสียงหัวเราะที่ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำ โดยเฉพาะเสียงที่เขาเคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความฝันอันกว้างไกลของเขา... สายการบิน 'Con Chim Airlines' ที่เขาตั้งชื่อด้วยความรักในเครื่องบิน และมักจะมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเล็กๆ ออกมาทุกครั้งที่พูดถึงมัน... เบนจามินเป็นเด็กชายที่มีความคิดล้ำลึกเกินวัย เขาสามารถพูดคุยเรื่องระบบโครงสร้างคลาวด์หรือโค้ดใน GitHub ได้อย่างคล่องแคล่วราวกับผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็มีหัวใจที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ... พ่อนึกถึงตอนที่เขาเอ่ยปากกับพ่อแม่ด้วยความจริงใจอย่างที่สุด ว่าเขายอมสละเงินเก็บทั้งหมดในกระปุกออมสินเพื่อช่วยเหลือคุณลุงวิลเลียมที่กำลังป่วย... เขาไม่ได้ทุบกระปุกนั้นลง เพราะมันไม่ได้จำเป็นในท้ายที่สุด แต่สิ่งที่ล้ำค่าไม่ใช่ตัวเงิน หากแต่มันคือหัวใจของเด็กชายวัยสิบห้าปีคนหนึ่ง ที่พร้อมจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีเพื่อคนที่เขารักโดยไม่ลังเล... หัวใจดวงนั้นแหละครับพี่น้อง คือกระจกเงาที่ทอแสงสะท้อนความรักของพระเจ้าออกมาอย่างงดงามที่สุด
แต่ท่ามกลางความคิดถึงที่ถาโถมเข้ามาในยามค่ำคืน พ่อรู้ว่ามีบางครั้งที่ความเจ็บปวดแปลเปลี่ยนเป็นความสงสัย... มีเสียงกระซิบเบาๆ ในมุมมืดของหัวใจที่คอยถามว่า 'เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า? ทำไมเราถึงปกป้องลูกไว้ไม่ได้?' ... พ่ออยากจะหยุดตรงนี้สักครู่ แล้วขอให้ท่านฟังคำพูดนี้ให้ชัดเจน... ในนามของพระองค์ผู้ทรงรักท่านจนยอมสละพระบุตร... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดเลย... ความเจ็บป่วยที่เบนจามินต้องต่อสู้ ไม่ใช่บทลงโทษ และไม่ใช่ความบกพร่องของพ่อแม่แม้แต่น้อย... ไม่มีสิ่งใดที่ความรักอันยิ่งใหญ่ของท่านจะตกหล่นไปได้ ท่านได้โอบกอด ดูแล และรักเบนจามินอย่างสุดกำลังที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้แล้ว... ขอให้ท่านวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดที่หนักอึ้งนี้ลงที่เชิงกางเขนเถิด... พระเจ้าไม่เคยกล่าวโทษท่านเลย และพระองค์ก็ไม่เคยปล่อยให้ท่านต้องเดินผ่านความมืดนี้เพียงลำพัง...
ลองมองดูบทอ่านแรกจากจดหมายของนักบุญเปาโลที่พูดถึงร่างกายเดียวกัน... 'หากอวัยวะชิ้นหนึ่งเจ็บ ทุกอวัยวะก็เจ็บร่วมด้วย' ... ครอบครัวของเราก็เป็นเช่นนั้นครับ... เมื่อเบนจามินจากไป ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ตกอยู่ที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันถูกแบกรับไว้ร่วมกัน... ไรอัน ลูกชายที่รักของพ่อ... พ่อรู้ว่าการไม่มีพี่เบนอยู่ข้างๆ ในการแบ่งปันเรื่องราว หรือการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ร่วมกันนั้นมันเหงาเพียงใด... แต่ขอให้หนูจำไว้ว่า ความผูกพันระหว่างหนูกับพี่เบนนั้น ไม่ได้ถูกตัดขาดด้วยความตาย... พี่เบนยังคงเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเดียวกันในพระคริสตเจ้า... ความกล้าหาญของหนู รอยยิ้มของหนู และความรักที่หนูมีให้คุณพ่อคุณแม่ คือเสียงสะท้อนที่บอกว่า พี่ชายของหนูยังคงมีชีวิตอยู่ในใจของหนูเสมอ
ในค่ำคืนวันที่พระนางมารีย์ยืนอยู่ใต้กางเขน ดาบคมเล่มหนึ่งได้แทงทะลุดวงใจของแม่ ตามคำทำนายของสิเมโอน... ดาบเล่มนั้นคือความสูญเสียที่แท้จริง... พระนางไม่ได้เดินหนีความเจ็บปวด พระนางไม่ได้ปิดตาเพื่อหนีความจริงอันโหดร้าย แต่พระนางเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนั้น... เคียงข้างพระบุตรจนถึงที่สุด... นี่คือบทเรียนที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ในยามที่ความทุกข์มาเยือน... เราไม่ต้องแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง เราไม่ต้องซ่อนน้ำตา... เพราะพระเจ้าไม่ได้ทรงรักคนที่ไม่เคยร้องไห้ แต่พระองค์ทรงโอบกอดผู้ที่มีหัวใจแหลกสลาย...
เบนจามินของเราตอนนี้ ได้เดินทางไปถึงปลายทางที่งดงามที่สุดแล้ว... เขากำลังบินอยู่ในน่านฟ้าที่ไม่มีวันมีพายุ... ในความฝันที่เขาเคยหัวเราะด้วยความสุข วันนี้มันได้กลายเป็นความจริงนิรันดร์ในอ้อมกอดของพระบิดา... และความรักที่เขาเคยมีต่อครอบครัว ก็ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่มันยังคงไหลเวียนอยู่ในโลกนี้... เหมือนกับสายน้ำสะอาดจากบ่อน้ำที่ถูกขุดขึ้นในนามของเขา เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ยากไร้... ความรักของเบนจามินยังคงกระหายที่จะให้ ยังคงอยากเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้อื่นผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เราทำในนามของเขา
พี่น้องที่รัก... ก่อนที่เราจะก้าวออกไปจากที่นี่ในวันนี้ พ่อไม่ได้ขอให้ท่านลืมความเศร้าในทันที เพราะความรักที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความอาลัยที่ลึกซึ้ง... แต่พ่ออยากให้ท่านนำสิ่งนี้ติดตัวกลับไป... ในทุกครั้งที่ท่านเงยหน้ามองท้องฟ้า ในทุกครั้งที่ท่านได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่าน ให้ระลึกถึงรอยยิ้มของเบนจามิน... และให้รู้ว่าความรักนั้นแข็งแกร่งกว่าความตาย... ขอให้พระนางมารีย์ ผู้ทรงเคยยืนหยัดใต้กางเขนด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น เป็นผู้โอบกอดครอบครัวของเราในยามที่คลื่นลมแรง... ขอให้ท่านมั่นใจว่า ท่านไม่ได้เดินอยู่ลำพัง และวันหนึ่ง... ในสวนสวรรค์ที่ไม่มีน้ำตา... เราจะได้ยินเสียงหัวเราะของเบนจามินอีกครั้ง... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอวยพรและปกป้องท่านทั้งหลาย ให้แสงสว่างแห่งพระพักตร์พระองค์ส่อง สว่างแก่ท่าน และประทานสันติสุขแก่ครอบครัวของท่านตลอดไป... อาเมน.
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.