เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสตเจ้า สถิตกับท่านทุกท่าน วันนี้เรามาร่วมใจกันในความเชื่อและความหวัง เพื่อระลึกถึงความรักอันมั่นคงของพระเจ้าและชีวิตนิรันดร์
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเรียกเราให้ตื่นเฝ้าและเตรียมพร้อมเสมอ ขอทรงพระกรุณาเทอญ ข้าแต่พระคริสตเจ้า พระองค์ทรงเป็นความสัตย์ซื่อและเป็นพละกำลังในยามที่เราอ่อนแอ ขอทรงพระกรุณาเทอญ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงสัญญาจะพยุงเราไว้จนถึงที่สุด ขอทรงพระกรุณาเทอญ
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า...
ลองนึกภาพชายขอบสนามบินในยามเย็นอันเงียบสงบดูสิครับ... ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนสีจากสีฟ้าครามเป็นสีส้มทอง และค่อยๆ กลายเป็นสีม่วงเข้มในยามพลบค่ำ... ลมโชยมาแผ่วเบา... มีพ่อลูกคู่หนึ่งยืนอยู่ข้างกัน สายตาของทั้งคู่ไม่ได้มองที่พื้นดิน แต่มองตรงไปยังเส้นขอบฟ้าอันไกลโพ้น... พวกเขากำลังเฝ้ารอ... รอคอยสัญญาณไฟดวงเล็กๆ ที่จะปรากฏขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ... และเมื่อสัญญาณไฟนั้นค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นจนเห็นเป็นรูปทรงของเครื่องบินเจ็ทขนาดใหญ่ ลมหายใจที่เฝ้ารอก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันกว้างขวางและความตื่นเต้นที่แบ่งปันร่วมกัน... นี่คือความสุขที่เรียบง่ายของการเฝ้าดูเครื่องบิน หรือที่เราเรียกกันว่า "Airport spotting" ... การเฝ้ารอที่เต็มไปด้วยความหวังและความรัก...
ภาพของการเฝ้ารอนี้เอง คือเส้นด้ายสีทองที่ร้อยรัดบทอ่านในวันนี้เข้าด้วยกัน... ในบทอ่านแรก นักบุญเปาโลเขียนถึงคริสตชนที่เมืองโครินธ์ว่า พวกเขากำลัง "รอคอยการสำแดงพระองค์ของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า" ... และในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงย้ำเตือนเราอย่างหนักแน่นว่า "จงตื่นเฝ้าเถิด... จงเตรียมพร้อมไว้" ... การตื่นเฝ้าและการรอคอยไม่ใช่เรื่องของการนั่งทอดถอนใจด้วยความกลัว แต่คือการจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะมาถึงอย่างแน่นอน...
วันนี้... เป็นเวลาประมาณสองเดือนแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2026 วันที่บานประตูแห่งโลกนี้ได้ปิดลงสำหรับ Benjamin Vo หรือที่เราเรียกเขาด้วยความรักว่า เบน... เบนจามิน... สองเดือนที่ผ่านมาสำหรับคุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา และน้องไรอัน... มันเป็นช่วงเวลาของการเฝ้ารอที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... มันไม่ใช่การเฝ้ารอเครื่องบิน Boeing 737 ที่จะร่อนลงจอดบนรันเวย์อีกต่อไป... แต่เป็นการเฝ้ารอในความเงียบงันของบ้าน... การรอคอยที่บางครั้งก็หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก...
พ่ออยากจะพูดความจริงกับท่านก่อนที่จะมอบคำปลอบโยนใดๆ... เพราะความสัตย์ซื่อต่อความรู้สึกคือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การเยียวยาที่แท้จริง... ความจริงก็คือ สองเดือนผ่านไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลย... ความเงียบในห้องนอนของเบนยังคงดังเกินไป... เสื้อผ้าของเขาที่ยังคงแฝงกลิ่นอายเดิม... เก้าอี้ที่ว่างเปล่าในมื้ออาหาร... และความรู้สึกโหยหาลูกชายวัย 15 ปีที่มีสติปัญญาอันล้ำเลิศและหัวใจที่แสนอ่อนโยนคนนี้ ยังคงซัดสาดเข้ามาในหัวใจของท่านเหมือนคลื่นยักษ์ในคืนที่มืดมิด... พ่อขอร่วมยืนเคียงข้างท่านในความเงียบนี้ ยอมรับร่วมกับท่านว่า... บาดแผลนี้ลึกและเจ็บปวดเหลือเกิน...
แต่ท่ามกลางความเงียบและการรอคอยอันแสนทรมานนี้... ขอให้เรามองไปที่ชีวิตของนักบุญโมนิกา ผู้ซึ่งพระศาสนจักรระลึกถึงในวันนี้... นักบุญโมนิกาคือมารดาผู้เป็นแบบอย่างของการเฝ้ารอและการหลั่งน้ำตา... ท่านใช้เวลาเกือบยี่สิบปีในการสวดภาวนาและเฝ้ารอคอยให้เอากุสติน ลูกชายของท่านกลับใจมาหาพระเจ้า... น้ำตาของท่านหลั่งไหลลงบนพื้นดินทุกวันจนกลายเป็นการภาวนาอันศักดิ์สิทธิ์... ท่านไม่ได้เฝ้ารอด้วยความสิ้นหวัง แต่รอคอยด้วยความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ... และในที่สุด พระเจ้าก็ทรงตอบเสียงคร่ำครวญของมารดาคนนี้... ลูกชายของท่านไม่เพียงแต่กลับใจ แต่ได้กลายเป็นหนึ่งในนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระศาสนจักร... นักบุญโมนิกาสอนเราว่า... น้ำตาของพ่อแม่ที่หลั่งไหลด้วยความรักเพื่อลูกนั้น ไม่เคยสูญเปล่าในสายพระเนตรของพระเจ้าเลย...
และนี่คือจุดเปลี่ยนของหัวใจเราในวันนี้... พระวาจาของพระเจ้าในพระวรสารเตือนเราว่า "จงตื่นเฝ้าเถิด" ... พระองค์ไม่ได้ตรัสคำนี้เพื่อทำให้เราหวาดกลัวขโมยในยามค่ำคืน แต่ตรัสเพื่อเตือนใจเราว่า... เจ้าของบ้านที่แท้จริงคือองค์พระผู้เป็นเจ้า... และพระองค์จะเสด็จมา... สำหรับ Benjamin Vo การเฝ้ารอของเขาในโลกนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว... เขาไม่ต้องรอคอยอีกต่อไป... เขาได้ข้ามผ่านม่านหมอกแห่งความเจ็บป่วยและความทุกข์ทรมาน และได้รับการต้อนรับเข้าสู่บ้านแท้นิรันดรในสวรรค์แล้ว...
พ่อนึกถึงภาพถ่ายที่แสนงดงามภาพหนึ่ง... ภาพที่เบนจามินยืนเคียงข้างคุณพ่ออาลันและน้องชายไรอัน โดยมีมหาวิหารลูร์ด (Lourdes) อันยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลังในแสงสีทองยามเย็นของฤดูร้อน... ทั้งสามคนยืนเบียดชิดกัน โอบแขนรอบตัวกันและกัน... เบนยิ้มอย่างอบอุ่นและผ่อนคลาย รอยยิ้มของเขาเผยให้เห็นเหล็กดัดฟันอันเป็นเอกลักษณ์ของเด็กหนุ่มวัยรุ่น... ภาพนั้นเป็นภาพของการแสวงบุญ... การเดินทางเพื่อไปพบพระมารดามารีย์... การเดินทางเพื่อไปหาสันติสุข...
ในวันนั้นที่ลูร์ด... เบนจามินอาจจะยังไม่รู้ว่าการเดินทางของชีวิตเขาจะสั้นกว่าคนอื่น... แต่หัวใจของเขาได้เชื่อมต่อกับพระเจ้าและพระแม่มารีย์แล้ว... และในวันนี้ เบนจามินไม่ได้ยืนอยู่หน้ามหาวิหารที่ทำจากหินอีกต่อไป... แต่เขาได้เข้าไปอยู่ในวิหารที่แท้จริงในสวรรค์... ร่วมกับนักบุญคาร์โล อาคูติส เพื่อนทางจิตวิญญาณของเขา... เบนจามินผู้รักการดูเครื่องบินและมีความฝันอันงดงาม บัดนี้เขาได้รับการปลดปล่อยให้โบยบินไปในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าสายการบินใดๆ ในโลกจะพาไปถึง... เขากำลังจ้องมองพระพักตร์อันงดงามของพระบิดาเจ้าสวรรค์...
คุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา... พ่อรู้ว่าในความเงียบของค่ำคืน บางครั้งหัวใจของท่านอาจจะถูกรบกวนด้วยคำถามที่แสนทรมาน... คำถามที่ว่า *“เราทำดีที่สุดหรือยัง?”* ... *“มีอะไรที่เราพลาดไปไหม?”* ... *“ถ้าเราสังเกตเห็นเร็วกว่านี้ หรือทำบางอย่างต่างออกไป ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปไหม?”* ... มันเป็นหินก้อนใหญ่แห่งความรู้สึกผิดที่ไม่มีจริง ซึ่งผู้สูญเสียมักจะแบกไว้บนบ่าโดยไม่รู้ตัว... พ่อขออนุญาตยกหินก้อนนั้นออกจากหัวใจของท่านในวันนี้... ด้วยพระวาจาของพระเยซูเจ้าเมื่อบรรดาศิษย์ทูลถามพระองค์เกี่ยวกับชายที่ตาบอดแต่กำเนิดว่าใครทำบาป... พระองค์ตรัสตอบอย่างชัดเจนว่า *“ไม่ใช่ชายคนนี้ หรือพ่อแม่ของเขาที่ทำบาป”* ...
ความเจ็บป่วยของเบนจามินไม่ใช่บทลงโทษจากพระเจ้า และไม่ใช่ความผิดพลาดของใครทั้งสิ้น... ไม่มีสิ่งใดที่ท่านทำพลาดไปเลย... ความรักและการดูแลเอาใจใส่ที่ท่านมีให้เบนนั้นสมบูรณ์แบบและล้นพ้นแล้ว... ท่านได้มอบวัยเด็กที่งดงามที่สุดให้แก่เขา ท่านได้พาเขาไปเห็นโลกกว้าง ได้ไปแสวงบุญที่ลูร์ดและวาติกัน ได้ร่วมแบ่งปันความฝันเรื่องเครื่องบินร่วมกัน... มือของท่านทั้งสองได้ทำหน้าที่ประคับประคองเบนอย่างดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย... ขอโปรดให้อภัยตัวเอง และขอให้หัวใจของท่านเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดทั้งปวง... พระเจ้าไม่เคยกล่าวโทษท่าน และเบนจามินเองก็มองลงมาจากสวรรค์ด้วยความกตัญญูและรักท่านสุดหัวใจ...
สำหรับไรอัน... น้องชายสุดที่รักของเบน... พี่ชายของน้องได้ทิ้งแบบอย่างที่งดงามไว้ให้... แม้ว่าตอนนี้น้องจะมองไม่เห็นพี่เบนยืนอยู่ข้างๆ ในสนามแบดมินตัน หรือไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของพี่เมื่อพูดถึงความฝันร่วมกันอีกแล้ว... แต่ขอให้ไรอันรู้ว่า ความรักและความผูกพันระหว่างพี่น้องไม่มีวันจางหายไป... ทุกครั้งที่ไรอันตั้งใจเรียน ทุกครั้งที่ไรอันยิ้ม และทุกครั้งที่ไรอันก้าวข้ามอุปสรรคด้วยความมุ่งมั่น... นั่นคือวิธีที่ไรอันกำลังสืบทอดจิตวิญญาณของพี่เบน... จงเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งเพื่อตัวน้องเอง และเพื่อครอบครัวที่รักน้องที่สุด...
สำหรับทุกท่านที่กำลังร่วมภาวนาอยู่กับเราในวันนี้... ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่นี่หรือกำลังร่วมใจจากแดนไกล... โดยเฉพาะครอบครัวที่กำลังแบกกางเขนแห่งความสูญเสียหรือความเจ็บป่วยของบุตรหลาน... ขอให้พระวาจาของนักบุญเปาโลในวันนี้เป็นจริงในชีวิตของท่าน: *“ขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสันติสุขประทานสันติสุขแก่ท่านทุกเวลาและในทุกข์ภัยทุกประการ”* ... สันติสุขของพระเจ้าไม่ใช่การไม่มีความทุกข์ แต่คือการรู้ว่า ท่ามกลางพายุร้าย พระองค์ทรงกุมมือเราไว้เสมอ...
ก่อนที่ท่านจะเดินออกจากประตูนี้ไปสู่ชีวิตประจำวัน... พ่ออยากให้ท่านพกสิ่งหนึ่งติดตัวไป... ทุกครั้งที่ท่านมองดูท้องฟ้าในวันนี้... ขอให้นึกถึงความรักที่มั่นคงของพระเจ้าที่พยุงเราไว้ในทุกสถานการณ์... นึกถึงความใสซื่อและเจตนาอันบริสุทธิ์ของเบนจามิน... และขอให้เราใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความตื่นเฝ้าและเตรียมพร้อม โดยการรักและดูแลคนรอบข้างให้ดีที่สุด... เหมือนน้ำสะอาดจาก “บ่อน้ำแห่งความรักของยอห์น บัปติสตา” (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกขุดขึ้นในนามของเบนที่จังหวัดก่าเมา... น้ำที่ไหลหลั่งเพื่อดับกระหายและให้ชีวิตแก่ผู้อื่น... ขอให้ความรักของเบนจามินยังคงไหลผ่านชีวิตของเราทุกคนเช่นกัน...
เบนจามิน... ลูกรัก... บัดนี้เจ้าได้โบยบินไปในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าเครื่องบินลำใดๆ ในโลก... เจ้าได้พักผ่อนในสันติสุขแท้จริงแล้ว... ขอเจ้าช่วยวิงวอนเทอญเพื่อป๋า ม้า และไรอัน... ให้พวกเขามีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยความหวัง... จนกว่าจะถึงวันที่เราทุกคนจะได้พบกันอีกครั้งในงานเลี้ยงอันบรมสุขในสวรรค์... ที่ซึ่งจะไม่มีการพรากจากกันอีกเลย...
ขอพระเจ้าอวยพรและประทานสันติสุขแก่ทุกท่าน... อาเมน
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระบิดา และพระบุตร และพระจิต ประทานพระพรและสันติสุขแก่ท่านทั้งหลาย และทรงพยุงครอบครัวของท่านไว้ในความหวังและการปลอบประโลมใจเสมอไปเทอญ
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.