พี่น้องที่รัก ให้เราเริ่มต้นการจาริกแสวงหาพระเจ้าในวันนี้ด้วยการทำเครื่องหมายสำคัญแห่งความรอดพ้น เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเยซูคริสตเจ้าสถิตกับท่านทั้งหลาย
ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ทรงพระกรุณาเทอญ
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า...
ลองก้มลงมองที่มือทั้งสองข้างของท่านในเวลานี้ดูสิครับ...
มือของเราแต่ละคนมีเรื่องราวซ่อนอยู่มากมาย มือบางคู่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาตลอดชีวิต มือบางคู่เรียวยาวและคุ้นเคยกับการกดแป้นพิมพ์หรือการจับปากกา และมือบางคู่ก็อาจจะกำลังสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าหรือความโศกเศร้า... ในบทอ่านแรกวันนี้ อัครสาวกเปาโลได้เขียนคำลงท้ายจดหมายด้วยถ้อยคำที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า *“คำทักทายนี้เขียนด้วยมือของข้าพเจ้า เปาโล เอง นี่คือเครื่องหมายในจดหมายทุกฉบับ ข้าพเจ้าเขียนเช่นนี้”* ... นักบุญเปาโลไม่ได้ใช้เพียงเสียงในการประกาศข่าวดี แต่ท่านใช้มือของท่านทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ใคร และท่านใช้มือคู่นี้เขียนจดหมายเพื่อปลอบโยนและนำทางกลุ่มคริสตชน...
มือคือเครื่องมือที่แสดงออกถึงสิ่งที่อยู่ในใจ... มือสามารถสร้าง หรือมือสามารถทำลาย... มือสามารถโอบกอด หรือมือสามารถผลักไส... ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงตำหนิบรรดาธรรมาจารย์และฟาริสีอย่างรุนแรง ทรงเปรียบพวกเขาเหมือน *“อุโมงค์ฝังศพที่ฉาบปูนขาว”* ซึ่งภายนอกดูสวยงาม แต่ภายในเต็มไปด้วยความตายและสิ่งโสโครก... ทำไมพระองค์ถึงตรัสเช่นนั้น? ก็เพราะมือของพวกเขากำลังสร้างและตกแต่งอุโมงค์ฝังศพของบรรดาประกาศกอย่างงดงามภายนอก แต่หัวใจภายในของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังและเจตนาร้ายที่พร้อมจะทำลายผู้อื่น... มือของพวกเขาทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่ไม่ได้ทำด้วยความรักที่แท้จริง...
ภาพของ “มือ” นี้เอง คือเส้นด้ายที่ร้อยรัดบทอ่านในวันนี้เข้าด้วยกัน และเป็นภาพที่จะนำเราไปสู่การทำความเข้าใจชีวิต ความรัก และความหวังในพระเจ้า...
วันนี้... เป็นเวลาประมาณสองเดือนแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2026 วันที่ Benjamin Vo หรือที่เราเรียกเขาด้วยความรักว่า “เบน” หรือ “เบนจามิน” ได้เดินทางกลับไปสู่บ้านแท้นิรันดร์ในพระอ้อมกอดของพระบิดาเจ้าสวรรค์... สองเดือนที่ผ่านมา สำหรับคุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา และน้องไรอัน... มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเหลือเกิน... บ้านที่เคยมีเสียงหัวเราะ บัดนี้กลับมีความเงียบงันเข้ามาปกคลุม... เก้าอี้ที่เบนเคยนั่งยังคงตั้งอยู่ที่เดิม... และในบางวัน ความเงียบนั้นก็ดังเกินกว่าที่หัวใจจะทานทนได้...
พ่ออยากจะพูดความจริงกับท่านก่อนที่จะมอบคำปลอบโยนใดๆ... ความสูญเสียนี้มันหนักหน่วงเหลือเกิน... ความคิดถึงลูกชายผู้เป็นที่รักในวัย 15 ปี ไม่ใช่สิ่งที่จะจางหายไปได้ง่ายๆ ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หรือกี่เดือน... มันเป็นความจริงที่ว่า หัวใจของพ่อแม่และน้องชายในเวลานี้ยังคงมีบาดแผลที่ลึกและสดใหม่... และในบางเช้าที่ตื่นขึ้นมา ความจริงที่ว่าเบนไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ก็จู่โจมหัวใจของท่านเหมือนคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดสาดเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย... พ่อขอยืนอยู่เคียงข้างท่านในความเงียบนี้ และยอมรับร่วมกับท่านว่า... มันเจ็บปวดจริงๆ...
แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดนี้ ขอให้เรามองย้อนกลับไปที่ภาพของ “มือ” ของเบนจามิน... เบนเป็นเด็กผู้ชายที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมและมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง... เขาเชื่อเสมอว่า *“การพยายามคือสิ่งเดียวที่สำคัญ”* ... พ่อนึกถึงภาพถ่ายใบหนึ่งที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหมาย... ภาพที่เบนและน้องชาย ไรอัน นั่งอยู่ด้วยกันในแบบจำลองห้องนักบินของเครื่องบิน... เด็กชายทั้งสองคนสวมหมวกไหมพรมสีแดงของแคนาดาและเสื้อโค้ทกันหนาวที่แสนอบอุ่น... ในภาพนั้น มือของเบนจับอยู่ที่คันบังคับเครื่องบินด้วยความตั้งใจและมีสมาธิอย่างยิ่ง ขณะที่ไรอันเอื้อมมือไปที่แผงควบคุมด้านข้าง... พวกเขากำลังเล่นสมมติว่ากำลังบินอยู่บนท้องฟ้ากว้าง...
มือคู่นั้นของเบนจามิน... ไม่ใช่เพียงแค่มือที่จับคันบังคับเครื่องบินของเล่นเท่านั้น แต่เป็นมือที่เปี่ยมด้วยความฝันอันยิ่งใหญ่... เบนรักเครื่องบิน รักการดูเครื่องบินขึ้นลงกับคุณพ่อ และมีความฝันอยากจะสร้างสายการบินของตัวเองที่ชื่อว่า *“Con Chim Airlines”* ที่เขาจะหัวเราะและยิ้มกว้างเสมอเมื่อพูดถึงมัน... มือคู่นั้นยังเป็นมือที่ใช้เขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ สร้างเกมและแอปพลิเคชันลงใน GitHub ด้วยความสามารถที่เกินวัย...
แต่สิ่งที่งดงามที่สุดเกี่ยวกับมือของ Benjamin Vo ไม่ใช่ความเก่งกาจทางเทคโนโลยีหรือความสามารถทางคณิตศาสตร์... แต่มันคือ *“หัวใจที่อยู่เบื้องหลังมือคู่นั้น”* ... ตรงกันข้ามกับพวกฟาริสีที่พระเยซูเจ้าทรงตำหนิว่าภายนอกดูดีแต่ภายในว่างเปล่า... เบนจามินเป็นเด็กที่มีความบริสุทธิ์และอบอุ่นจากภายในอย่างแท้จริง...
พ่อนึกถึงเรื่องราวตอนที่เบนอายุ 15 ปี... เมื่อเขาได้ยินว่าคุณลุงวิลเลียมล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง... เด็กชายคนนี้ โดยไม่มีใครร้องขอหรือชี้นำ ได้บอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่าเขาเต็มใจที่จะยกกระปุกออมสินทั้งหมดที่เขาสะสมมาเพื่อช่วยเหลือคุณลุง... พี่น้องครับ... เบนไม่ได้ทุบกระปุกออมสินนั้น เพราะสุดท้ายแล้วคุณลุงมีประกันดูแล และเงินนั้นก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้... แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ตัวเงิน หรือการที่กระปุกออมสินถูกเปิดออก... แต่คือ *“การเสนอตัว”* ของเด็กชายคนหนึ่ง... มือคู่น้อยๆ ที่พร้อมจะยื่นกระปุกออมสินของตนเองออกไปเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ของผู้อื่น... นี่คือมือที่ไม่ได้ฉาบปูนขาวเหมือนอุโมงค์ฝังศพ แต่เป็นมือที่ขับเคลื่อนด้วยความรักที่แท้จริงและปราศจากเงื่อนไข...
และนี่คือจุดเปลี่ยนของหัวใจเราในวันนี้... พระวรสารชี้ให้เราเห็นว่า พระเจ้าไม่ได้มองที่ความสวยงามภายนอก ไม่ได้มองที่อนุสาวรีย์ที่หรูหรา แต่พระองค์ทรงมองที่ส่วนลึกของหัวใจ... ทรงมองที่ความรักอันบริสุทธิ์... เบนจามินอาจจะมีเวลาบนโลกนี้เพียง 15 ปี แต่มือของเขาได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แล้ว... เขาได้ใช้มือของเขาโอบกอดคุณพ่อคุณแม่และไรอัน... เขาได้ใช้มือของเขาสร้างสรรค์สิ่งดีๆ... และบัดนี้ มือคู่นั้นได้รับการต้อนรับเข้าสู่ “งานเลี้ยงแห่งสวรรค์” ร่วมกับนักบุญคาร์โล อาคูติส ผู้เป็นเพื่อนทางจิตวิญญาณของเขาแล้ว...
คุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา... พ่อรู้ว่าในความเงียบของค่ำคืน บางครั้งหัวใจของท่านอาจจะถูกรบกวนด้วยคำถามที่แสนทรมาน... คำถามที่ว่า *“เราทำดีที่สุดหรือยัง?”* ... *“มีอะไรที่เราพลาดไปไหม?”* ... *“ถ้าเราสังเกตเห็นเร็วกว่านี้ หรือทำบางอย่างต่างออกไป ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปไหม?”* ... มันเป็นหินก้อนใหญ่แห่งความรู้สึกผิดที่ไม่มีจริง ซึ่งผู้สูญเสียมักจะแบกไว้บนบ่าโดยไม่รู้ตัว...
พ่อขออนุญาตยกหินก้อนนั้นออกจากหัวใจของท่านในวันนี้... ด้วยพระวาจาของพระเยซูเจ้าเมื่อบรรดาศิษย์ทูลถามพระองค์เกี่ยวกับชายที่ตาบอดแต่กำเนิดว่าใครทำบาป... พระองค์ตรัสตอบอย่างชัดเจนว่า *“ไม่ใช่ชายคนนี้ หรือพ่อแม่ของเขาที่ทำบาป”* ...
ความเจ็บป่วยของเบนจามินไม่ใช่บทลงโทษจากพระเจ้า และไม่ใช่ความผิดพลาดของใครทั้งสิ้น... ไม่มีสิ่งใดที่ท่านทำพลาดไปเลย... ความรักและการดูแลเอาใจใส่ที่ท่านมีให้เบนนั้นสมบูรณ์แบบและล้นพ้นแล้ว... ท่านได้มอบวัยเด็กที่งดงามที่สุดให้แก่เขา ท่านได้พาเขาไปเห็นโลกกว้าง ได้ไปแสวงบุญที่ลูร์ดและวาติกัน ได้ร่วมแบ่งปันความฝันเรื่องเครื่องบินร่วมกัน... มือของท่านทั้งสองได้ทำหน้าที่ประคับประคองเบนอย่างดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย... ขอโปรดให้อภัยตัวเอง และขอให้หัวใจของท่านเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดทั้งปวง... พระเจ้าไม่เคยกล่าวโทษท่าน และเบนจามินเองก็มองลงมาจากสวรรค์ด้วยความกตัญญูและรักท่านสุดหัวใจ...
สำหรับไรอัน... น้องชายสุดที่รักของเบน... พี่ชายของน้องได้ทิ้งแบบอย่างที่งดงามไว้ให้... แม้ว่าตอนนี้น้องจะมองไม่เห็นพี่เบนจับคันบังคับเครื่องบินอยู่ข้างๆ หรือไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของพี่เมื่อพูดถึงสายการบิน *“Con Chim Airlines”* อีกแล้ว... แต่ขอให้ไรอันรู้ว่า ความรักและความผูกพันระหว่างพี่น้องไม่มีวันจางหายไป... ทุกครั้งที่ไรอันตั้งใจเรียน ทุกครั้งที่ไรอันยิ้ม และทุกครั้งที่ไรอันก้าวข้ามอุปสรรคด้วยความมุ่งมั่น... นั่นคือวิธีที่ไรอันกำลังสืบทอดจิตวิญญาณของพี่เบน... จงเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็งเพื่อตัวน้องเอง และเพื่อครอบครัวที่รักน้องที่สุด...
สำหรับทุกท่านที่กำลังร่วมภาวนาอยู่กับเราในวันนี้... ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่นี่หรือกำลังร่วมใจจากแดนไกล... โดยเฉพาะครอบครัวที่กำลังแบกกางเขนแห่งความสูญเสียหรือความเจ็บป่วยของบุตรหลาน... ขอให้พระวาจาของนักบุญเปาโลในวันนี้เป็นจริงในชีวิตของท่าน: *“ขอให้องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสันติสุขประทานสันติสุขแก่ท่านทุกเวลาและในทุกข์ภัยทุกประการ”* ... สันติสุขของพระเจ้าไม่ใช่การไม่มีความทุกข์ แต่คือการรู้ว่า ท่ามกลางพายุร้าย พระองค์ทรงกุมมือเราไว้เสมอ...
ก่อนที่ท่านจะเดินออกจากประตูนี้ไปสู่ชีวิตประจำวัน... พ่ออยากให้ท่านพกสิ่งหนึ่งติดตัวไป... ทุกครั้งที่ท่านมองดูมือของตัวเองในวันนี้... ขอให้นึกถึงมือที่พร้อมจะยื่นออกไปช่วยเหลือผู้อื่นของเบนจามิน... นึกถึงความใสซื่อและเจตนาอันบริสุทธิ์ของเขา... และขอให้เราใช้มือของเราในวันนี้เพื่อโอบกอดคนที่เรารัก เพื่อทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในโลกนี้... เหมือนน้ำสะอาดจาก “บ่อน้ำแห่งความรักของยอห์น บัปติสตา” (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกขุดขึ้นในนามของเบนที่จังหวัดก่าเมา... น้ำที่ไหลหลั่งเพื่อดับกระหายและให้ชีวิตแก่ผู้อื่น... ขอให้ความรักของเบนจามินยังคงไหลผ่านมือของเราทุกคนเช่นกัน...
เบนจามิน... ลูกรัก... บัดนี้เจ้าได้โบยบินไปในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าเครื่องบินลำใดๆ ในโลก... เจ้าได้พักผ่อนในสันติสุขแท้จริงแล้ว... ขอเจ้าช่วยวิงวอนเทอญเพื่อป๋า ม้า และไรอัน... ให้พวกเขามีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยความหวัง... จนกว่าจะถึงวันที่เราทุกคนจะได้พบกันอีกครั้งในงานเลี้ยงอันบรมสุขในสวรรค์... ที่ซึ่งจะไม่มีการพรากจากกันอีกเลย...
ขอพระเจ้าอวยพรและประทานสันติสุขแก่ทุกท่าน... อาเมน
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสันติสุขประทานพระพรและความบรรเทาใจแก่ท่านทั้งหลาย และขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระบิดา และพระบุตร และพระจิต ทรงอวยพรท่านทุกคนเทอญ
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.