เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าสถิตกับท่านทั้งหลาย ในวันนี้ที่เรามารวมตัวกันด้วยความรักและความหวังในพระสัญญาของพระองค์
ข้าแต่พระเจ้า ทรงเมตตาเทอญ ข้าแต่พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ ข้าแต่พระเจ้า ทรงเมตตาเทอญ
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า...
ลองจินตนาการถึงภาพของเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้ากระปุกออมสินของเขา... กระปุกออมสินนั้นอาจไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก แต่มันบรรจุไว้ซึ่ง 'ทั้งหมด' ที่เขามี... มันคือเงินค่าขนมที่เขาสะสมมาด้วยความภูมิใจ คือหยาดเหงื่อและความตั้งใจของเด็กคนหนึ่ง... ในวันนั้น เมื่อเบนจามินได้ยินว่าคุณลุงวิลเลียมกำลังเผชิญกับความยากลำบากจากการเจ็บป่วย... หัวใจที่แสนสุภาพและอ่อนโยนของเขาไม่ได้คิดถึงการเก็บออมเพื่อตัวเองอีกต่อไป... เบนบอกกับป๋าและม้าว่า เขาเต็มใจที่จะมอบกระปุกออมสินทั้งหมดนั้นเพื่อช่วยคุณลุง...
เขาไม่ได้ทุบมันทิ้ง... เขาไม่ได้เทเหรียญออกมานับ... และในที่สุดเงินนั้นก็ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพราะคุณลุงมีประกันดูแล... แต่พี่น้องครับ ในสายพระเนตรของพระเจ้า 'การเสนอตัว' นั้นคือทุกสิ่ง... มันคือภาพสะท้อนของ 'เครื่องบูชาที่มีชีวิต' ที่นักบุญเปาโลได้กล่าวถึงในบทอ่านที่สองในวันนี้... การมอบสิ่งที่เรามีทั้งหมดด้วยความรักที่บริสุทธิ์...
วันนี้... เป็นเวลาประมาณสองเดือนแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2026 วันที่ Benjamin Vo หรือ 'เบน' ของเราได้เดินทางกลับไปสู่บ้านแท้นิรันดร์... สองเดือนที่ผ่านไป ความเงียบในบ้านอาจจะเริ่มส่งเสียงดังขึ้น... ความโหยหาลูกชายผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมและหัวใจที่แสนดีคนนี้อาจจะยังคงแผดเผาอยู่ในใจเหมือนไฟที่ประกาศกเยเรมีย์ได้พรรณนาไว้ในบทอ่านแรก...
เยเรมีย์กล่าวว่า 'พระเจ้าข้า พระองค์ทรงล่อลวงข้าพเจ้า... ข้าพเจ้ากลายเป็นที่หัวเราะเยาะตลอดวัน' ... บางครั้ง ในความโศกเศร้า เราอาจรู้สึกเหมือนถูกพระเจ้าทอดทิ้ง หรือถูกล่อลวงให้เชื่อในความหวังที่ดูเหมือนจะพังทลาย... เราอาจจะอยากหยุดพูดถึงพระองค์ อยากจะลืมความเจ็บปวดนี้ไปเสีย... 'ข้าพเจ้าจะไม่เอ่ยถึงพระองค์อีก ข้าพเจ้าจะไม่พูดในพระนามของพระองค์อีก' ... แต่แล้วความรักและความทรงจำเกี่ยวกับเบนจามิน และความเชื่อในพระเจ้า ก็กลับกลายเป็นเหมือน 'ไฟที่ลุกโชนอยู่ในใจ' ... มันถูกกักขังอยู่ในกระดูกของเรา จนเราไม่อาจจะเก็บมันไว้ได้...
ความรักที่ท่านมีต่อเบนคือไฟดวงนั้น... มันคือไฟที่เตือนใจเราว่า ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการเปลี่ยนแปลง...
ในพระวรสารวันนี้ เราเห็นภาพของนักบุญเปโตรที่พยายามจะห้ามพระเยซูเจ้าไม่ให้เสด็จไปรับทรมาน... 'ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองเถิด พระเจ้าข้า เหตุการณ์เช่นนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับพระองค์เลย' ... เปโตรพูดด้วยความรักแบบมนุษย์... เขาอยากปกป้องคนที่เขารักจากความเจ็บปวด... ใครเล่าจะตำหนิเขาได้? พ่อแม่ทุกคนก็อยากจะพูดเช่นนี้กับลูกของตน... 'ขออย่าให้ความทุกข์ใดๆ มากล้ำกรายลูกเลย' ...
แต่พระเยซูเจ้าทรงหันมาตรัสกับเปโตรอย่างแรงกล้าว่า 'เจ้าคิดอย่างมนุษย์ มิใช่คิดอย่างพระเจ้า' ...
พี่น้องครับ นี่คือจุดที่ยากที่สุดของความเชื่อ... การยอมรับว่าแผนการณ์ของพระเจ้านั้นกว้างไกลกว่าสายตาของมนุษย์จะมองเห็น... พระองค์ตรัสว่า 'ใครที่อยากรักษาชีวิตของตนไว้ จะต้องสูญเสียชีวิตนั้น แต่ใครที่ยอมเสียชีวิตเพื่อเรา จะพบชีวิตนั้น' ... Benjamin Vo ในวัย 15 ปี ได้ใช้ชีวิตตามจิตตารมณ์นี้อย่างเงียบเชียบ... เขาไม่ได้สูญเสียชีวิตไปเปล่าๆ แต่เขาได้ 'มอบ' ชีวิตของเขาผ่านความรัก ความกตัญญู และความสดใสที่เขามีให้แก่ทุกคนรอบข้าง...
คุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา... พ่อรู้ว่าในบางวันที่มืดมิดที่สุด ท่านอาจจะเผลอถามตัวเองว่า 'เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?' ... 'ถ้าเราทำอย่างนั้น หรือไม่ทำอย่างนี้ เบนจะยังอยู่กับเราไหม?' ... พ่อขออนุญาตวางมือบนหัวใจของท่าน และบอกท่านด้วยความมั่นใจในพระวาจาของพระเจ้าว่า... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดเลย... ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นไม่ใช่บทลงโทษ และไม่ใช่ความบกพร่องของความรักที่ท่านมีให้เขา... เหมือนที่พระเยซูเจ้าตรัสถึงชายตาบอดว่า 'ไม่ใช่เขาหรือพ่อแม่ของเขาที่ทำบาป' ...
จงปล่อยวางหินแห่งความรู้สึกผิดนั้นลงเถิด... ท่านได้รักเบนจามินอย่างดีที่สุดแล้ว... ท่านได้พาเขาไปเห็นโลกกว้าง ได้พาเขาไปแสวงบุญที่ลูร์ดและวาติกัน ได้ร่วมฝันเรื่องเครื่องบิน Boeing 737 กับเขา... ความรักของท่านคือเครื่องบูชาที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่สบพระทัยพระเจ้าที่สุดแล้ว...
ไรอัน... น้องชายที่รัก... พี่เบนไม่ได้จากน้องไปไหน... ความฉลาดและความมุ่งมั่นที่พี่เบนมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคณิตศาสตร์หรือการเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์... สิ่งเหล่านั้นยังคงอยู่ในตัวน้อง... เมื่อน้องเติบโตขึ้นและก้าวเดินต่อไปด้วยความเข้มแข็ง น้องกำลังทำให้ชีวิตของพี่เบนยังคงดำเนินต่อไปในโลกนี้... พี่เบนกำลังเชียร์น้องอยู่จากบนสวรรค์ เหมือนที่เขาเคยเชียร์น้องในสนามแบดมินตัน...
ถึงทุกท่านที่กำลังร่วมภาวนา โดยเฉพาะครอบครัวที่กำลังแบกกางเขนอันหนักอึ้ง... บทเพลงสดุดีในวันนี้เตือนเราว่า 'จิตวิญญาณของข้าพเจ้ากระหายหาพระองค์ เหมือนแผ่นดินที่แห้งผาก ไร้ชีวิตและไม่มีน้ำ' ... ในความแห้งผากของความโศกเศร้า ขอให้เราจำไว้ว่าพระเจ้าทรงเป็น 'ความช่วยเหลือ' ของเรา... ภายใต้ร่มปีกของพระองค์ เราจะยังคงร้องเพลงด้วยความยินดีได้...
ความรักของเบนจามินยังคงไหลเวียนอยู่... เหมือนน้ำสะอาดจาก 'บ่อน้ำแห่งความรักของยอห์น บัปติสตา' (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกสร้างขึ้นในนามของเขาที่ก่าเมา... น้ำนั้นให้ชีวิตแก่ผู้กระหายฉันใด ชีวิตของเบนจามินก็ให้แรงบันดาลใจแก่เราให้รักกันมากขึ้นฉันนั้น...
ก่อนจะจากกันไปในวันนี้... พ่ออยากให้ท่านพกภาพของ 'กระปุกออมสินที่ไม่ได้ถูกทุบ' นั้นติดตัวไป... มันคือสัญลักษณ์ของการเสนอตัวด้วยหัวใจทั้งหมด... วันนี้ ขอให้เราลองถามตัวเองว่า เราจะมอบอะไรให้แก่พระเจ้าและคนรอบข้างได้บ้าง? ไม่ต้องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่... แค่รอยยิ้มที่จริงใจ การให้อภัย หรือคำพูดที่ให้กำลังใจ... นั่นคือการ 'แบกกางเขน' และ 'ติดตามพระองค์' ในชีวิตประจำวัน...
เบนจามิน... ลูกรัก... ตอนนี้ลูกคงกำลังบินอยู่ในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ที่สุดในพระอ้อมกอดของพระเจ้า... ลูกได้ผ่าน 'การทดสอบ' ทุกอย่างของโลกนี้แล้ว... ขอลูกช่วยวิงวอนเพื่อป๋า ม้า ไรอัน และพวกเราทุกคน... ให้เรามีความเชื่อที่เข้มแข็งพอที่จะเห็นความดีงามของพระเจ้าแม้ในยามที่มีน้ำตา... จนกว่าเราจะได้พบกันใหม่ในงานเลี้ยงนิรันดร...
ขอพระเจ้าประทานสันติสุขที่เหนือความเข้าใจทั้งปวงแก่ท่านทั้งหลาย... อาเมน
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพประทานพระพรและสันติสุขแก่ท่านทั้งหลาย และขอให้ความรักของพระองค์เยียวยาทุกบาดแผลในใจท่านเสมอไปเทอญ
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.