เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน. ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย.
พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ. พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ. พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ.
พี่น้องที่รัก ในการเดินทางของชีวิต เรามักจะสะดุดกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่วางอยู่บนพื้นดินเสมอ... บางครั้งมันเป็นเพียงเศษหินที่ทำให้เราเสียหลัก แต่บางครั้งมันก็เป็น 'ความขุ่นเคือง' ที่เราเก็บไว้ในใจ... ลองนึกภาพตามพ่อดูนะครับ... ภาพของใครบางคนที่ถือถ้วยแก้วที่ร้าวรอยหนึ่งไว้ในมือ... แก้วใบนั้นคือหัวใจของเรา... และรอยร้าวที่ปรากฏอยู่บนนั้น คือความโกรธแค้นที่เราปฏิเสธจะปล่อยวาง... เราคิดว่าการกอดรอยร้าวนั้นไว้แน่นๆ จะช่วยให้เราปลอดภัย แต่ความเป็นจริงคือ ยิ่งเรากอดมันแน่นเท่าไหร่ รอยร้าวนั้นก็ยิ่งบาดลึกเข้าไปในฝ่ามือของเรามากขึ้นเท่านั้น
ในบทอ่านแรกวันนี้ ท่านผู้ปรีชาญาณเตือนเราอย่างตรงไปตรงมาว่า 'ผู้ที่พยาบาทจะได้รับความแค้นจากองค์พระผู้เป็นเจ้า' ... นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำเตือนด้วยความรัก... เพราะพระเจ้าทรงทราบดีว่า เมื่อเรากอดความโกรธไว้ เรากำลังปิดกั้นตัวเองจากอุ้งพระหัตถ์ที่ต้องการจะเยียวยาเรา... เรามักจะถามว่า 'ต้องให้อภัยกี่ครั้ง?' เหมือนที่เปโตรทูลถามพระเยซูเจ้าในพระวรสารวันนี้... 'เจ็ดครั้งพอไหมพระเจ้าข้า?' ... เปโตรคิดว่าเขาใจกว้างมากแล้วที่เสนอเลขเจ็ด... แต่พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า 'ไม่ใช่อภัยเจ็ดครั้ง แต่เจ็ดสิบเจ็ดครั้ง' ... ตัวเลขนี้ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ แต่มันหมายถึง 'ไม่จำกัด' ... มันคือการให้อภัยที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องเหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้ง
พ่ออยากให้ท่านมองไปที่เด็กชายคนหนึ่ง... เบนจามิน วอ... เบนจามินเป็นเด็กที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เขาเข้าใจเรื่องคลาวด์คอมพิวเตอร์และอัลกอริทึมที่ซับซ้อนได้ดีกว่าผู้ใหญ่หลายคน... แต่สิ่งที่ทำให้เขาส่องสว่างในสายตาของพระเจ้าไม่ใช่โค้ดดิ้งที่เขาเขียนใน GitHub... แต่คือความสามารถที่จะ 'ให้' โดยไม่คำนวณ... พ่อนึกถึงตอนที่เขาเสนอตัวจะมอบเงินออมทั้งหมดเพื่อช่วยคุณลุงวิลเลียม... เขาไม่ได้ทำเพราะความใจกว้างธรรมดา แต่มันสะท้อนถึงหัวใจที่บริสุทธิ์... เขาไม่เคยเก็บความโกรธเคืองไว้ในใจเลย... เขาเป็นเหมือนเด็กชายที่เดินอยู่บนหาดทรายด้วยความเบิกบาน แม้จะสวมเสื้อชูชีพสีแดงสดใสที่ดูเทอะทะ แต่เขาก็ยังยิ้มให้กับคลื่นลม... รอยยิ้มนั้นคือเครื่องหมายของหัวใจที่ให้อภัยและวางใจในพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง
สามเดือนแล้วที่เบนจามินเดินทางกลับสู่บ้านนิรันดร์... พ่อรู้ว่าสำหรับคุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา และไรอัน ความว่างเปล่าในบ้านนั้นช่างเงียบงัน... ความคิดถึงนั้นไม่ได้มาตามเวลา แต่มาเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจ... พ่ออยากพูดกับท่านอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสิ่งที่หลายคนเก็บไว้ในส่วนลึกของหัวใจ... ปีศาจแห่งความรู้สึกผิดมักจะชอบฉวยโอกาสในยามที่เราอ่อนแอที่สุด มันมักจะกระซิบถามท่านในความเงียบว่า 'เราพลาดอะไรไปไหม?' ... พ่อขอประกาศความจริงในนามของพระเจ้าแก่ท่านในวันนี้ว่า 'ไม่ใช่ท่านที่ทำบาป' ... ความเจ็บป่วยที่เบนจามินต้องเผชิญนั้น ไม่ใช่ความผิดของท่าน ไม่ใช่บทลงโทษ และไม่ใช่ความบกพร่องของพ่อแม่... ท่านไม่ได้ทำอะไรพลาดไปเลย ท่านเป็นพ่อแม่ที่รักและดูแลลูกอย่างสุดความสามารถเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้... ขอให้ท่านวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดนี้ลงเถิด... พระเจ้าไม่ได้ทรงกล่าวโทษท่านเลย พระองค์ทรงโอบกอดท่านและเบนจามินไว้ด้วยความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด... ท่านไม่ต้องสงสัยในความรักของท่านเลย เพราะเบนจามินเองก็ได้รับความรักนั้นอย่างเต็มเปี่ยมจนถึงวาระสุดท้ายของเขา...
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าเล่าเรื่องนายที่ให้อภัยลูกหนี้มหาศาล... พ่ออยากให้ท่านลองจินตนาการถึงความเมตตานั้น... มันไม่ใช่แค่การยกหนี้ให้ แต่มันคือการ 'ปลดปล่อย' ... การให้อภัยคือการปลดปล่อยตัวเองออกจากคุกที่เราขังตัวเองไว้... เมื่อท่านให้อภัยใครสักคน หรือแม้แต่ให้อภัยตัวเองที่รู้สึกว่า 'ทำไม่พอ' ... ท่านกำลังเปิดประตูคุกนั้นออก... และพระเจ้าจะทรงนำท่านก้าวออกมาสู่แสงสว่าง... เบนจามินจากไปในวัยเพียง 15 ปี... แต่ชีวิตของเขาเหมือนเครื่องบินที่บินอยู่เหนือเมฆ... เขาอาจจะไม่ได้อยู่บนพื้นดินให้เราเห็นตัวตน แต่เขายังคงอยู่... เขาเป็นเหมือน 'Con Chim Airlines' สายการบินในความฝันที่เขามักจะหัวเราะและยิ้มเมื่อพูดถึง... ตอนนี้เขากำลังบินอยู่ในน่านฟ้าของพระเจ้า... ที่ซึ่งไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีน้ำตา และไม่มีความโกรธเคืองอีกต่อไป...
ไรอัน... น้องชายที่รัก... พ่อรู้ว่าการไม่มีพี่เบนอยู่ข้างๆ ในการเล่นเกมหรือการพูดคุยเรื่องเครื่องบินนั้นมันเหงาเพียงใด... แต่ขอให้หนูรู้ว่าพี่เบนไม่ได้หายไปไหน... เขาเป็นเหมือนพี่ชายที่คอยดูแลหนูจากบนสวรรค์... ความรักของเขายังคงส่องสว่างอยู่ในทุกครั้งที่หนูมีความกล้าหาญ ในทุกครั้งที่หนูยิ้มให้กับชีวิต... หนูไม่ได้เดินลำพัง พี่ชายของหนูจะคอยอยู่เคียงข้างหนูเสมอในทุกก้าวของชีวิต...
พี่น้องที่รัก... ความรักของเบนจามินยังคงไหลเวียนอยู่ในโลกนี้... เหมือนน้ำสะอาดจากบ่อน้ำที่สร้างขึ้นในนามของเขา... น้ำที่ดับกระหายให้ผู้อื่น คือภาพสะท้อนของชีวิตที่แม้จะสั้น แต่ก็เป็นพรอย่างมหาศาล... ทุกครั้งที่เราทำดีต่อผู้อื่น เรากำลังต่อลมหายใจให้ความรักของเบนจามิน... สิ่งที่พ่ออยากให้ท่านนำกลับไปในวันนี้คือ... อย่าแบกรับความเศร้าไว้เพียงลำพัง... เมื่อท่านรู้สึกหนักอึ้ง ให้ลองมองขึ้นไปบนท้องฟ้า... ไม่ใช่แค่เพื่อมองหาเครื่องบินที่เบนจามินรัก... แต่เพื่อมองหาพระเจ้าผู้ทรงเป็นเจ้าของท้องฟ้านั้น... และจงจำไว้ว่าท่านเป็นที่รักของพระเจ้า... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดเลย และไม่มีอะไรที่ท่านสามารถทำได้มากกว่านี้เพื่อป้องกันสิ่งที่เกิดขึ้น... ท่านได้รักลูกอย่างดีที่สุดแล้ว...
ขอให้ท่านวางใจในพระเจ้า... ปล่อยวางความรู้สึกผิดที่ท่านไม่จำเป็นต้องแบกไว้... และใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยความหวังที่ว่า วันหนึ่งเราทุกคนจะได้พบกันอีกครั้งในงานเลี้ยงนิรันดร์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด... เบนจามินกำลังรอท่านอยู่ที่นั่น... เขาคือเด็กชายผู้ยิ้มแย้ม ผู้ที่รักการบิน และผู้ที่มีหัวใจกว้างขวางเกินกว่าตัว... ขอให้ท่านจดจำเบนจามินไว้ในใจเสมอ ในฐานะของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้ท่านได้รัก... และความรักนั้นไม่มีวันตาย... ขอพระเจ้าประทานสันติสุขแก่ทุกท่าน... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาอวยพรและคุ้มครองท่านทั้งหลายให้มีความหวังในพระองค์เสมอ. อาเมน.
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.