เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาและพระเยซูคริสตเจ้าสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย
ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงเมตตาเทอญ ข้าแต่พระคริสตเจ้า ขอพระองค์ทรงเมตตาเทอญ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงเมตตาเทอญ
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า... ลองนึกภาพเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับการแกะสลักความฝันของเขาลงในรหัสคอมพิวเตอร์... เบนจามิน วอ ไม่ได้เป็นเพียงเด็กชายที่ฉลาดหลักแหลมในเรื่องตัวเลขหรือเทคโนโลยี แต่เขาเป็นเด็กชายที่มองเห็น 'ความหมาย' ในสิ่งที่คนอื่นมองผ่านไป... เขาเป็นเหมือนช่างฝีมือผู้ประณีตที่บรรจงสร้าง 'Con Chim Airlines' ขึ้นในจินตนาการ ไม่ใช่เพื่อความมั่งคั่ง แต่เพื่อความสนุกสนาน เพื่อเสียงหัวเราะ และเพื่อความสัมพันธ์ที่เขาได้แบ่งปันกับคุณพ่อ... วันนี้ สี่เดือนผ่านไปนับตั้งแต่เบนจามินได้ก้าวเดินไปสู่บ้านนิรันดร์ ความเงียบที่ทิ้งไว้ในบ้านของท่านอาลันและท่านเถาอาจดูเหมือนเป็นรหัสที่ไม่มีคำตอบ แต่พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้กำลังจะมาถอดรหัสแห่งความหวังให้เราเห็น
นักบุญเปาโลในบทอ่านแรกบอกเราถึงความลับที่ท่านค้นพบว่า 'ข้าพเจ้ามีกำลังทำทุกสิ่งได้ในพระองค์ผู้ประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า'... เปาโลไม่ได้พูดถึงความสำเร็จทางโลก แต่ท่านพูดถึง 'ความเพียงพอ' ในพระเจ้า ไม่ว่าชีวิตจะอยู่ในช่วงที่อุดมสมบูรณ์หรือขัดสน... เบนจามินเองก็เป็นเด็กชายที่เข้าใจความลับนี้โดยสัญชาตญาณ... พี่น้องจำได้ไหมครับ ถึงวันที่เขาบอกพ่อแม่ว่าเขายินดีที่จะมอบเงินเก็บทั้งหมดในกระปุกออมสินเพื่อช่วยเหลือคุณลุงวิลเลียมที่ป่วยหนัก? เขาไม่ได้ทุบกระปุก ไม่ได้ทำลายสิ่งใดเลย... แต่นั่นคือ 'การเสนอ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้... นั่นคือหัวใจที่ถูกหลอมจนกลายเป็นสมบัติในสวรรค์... เขาเข้าใจว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในกระปุก แต่คือความรักที่พร้อมจะสละให้แก่ผู้อื่น... นี่คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอนในพระวรสารวันนี้ว่า 'ท่านไม่สามารถปรนนิบัติพระเจ้าและเงินทองพร้อมกันได้'
แต่พ่อรู้ครับว่า ในฐานะพ่อแม่ ท่านอาลัน ท่านเถา... ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายผู้เป็นดวงใจนั้น มันเหมือนกับมีบาดแผลที่มองไม่เห็น... ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ความคิดถึงมักจะเดินทางมาเคาะประตูหัวใจของท่าน ท่านอาจจะยังคงมองไปที่ที่นั่งว่างที่โต๊ะอาหาร หรือเห็นของเล่นชิ้นโปรดที่ยังวางอยู่ที่เดิม... ท่านอาจถามตัวเองด้วยความเจ็บปวดว่า 'เราทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า? เราควรจะทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม?'... ในวินาทีนี้ พ่อขอพูดกับท่านด้วยความจริงและด้วยความรักของพระเจ้า: ท่านไม่ได้พลาดอะไรเลย... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ความเจ็บป่วยที่พรากเบนจามินไปนั้น ไม่ใช่บทลงโทษและไม่ใช่ความบกพร่องของท่านทั้งสิ้น... มันเป็นความทุกข์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่มีความรักหรือความใส่ใจใดในโลกจะขวางกั้นได้... ท่านได้รัก ได้ดูแล และได้โอบกอดเบนจามินด้วยหัวใจทั้งหมดของความเป็นพ่อแม่แล้ว และเบนจามินก็รับรู้ความรักนั้นอย่างเต็มเปี่ยม... พระเจ้าผู้ทรงเมตตาไม่ได้กล่าวโทษท่าน... และท่านก็ไม่ควรลงโทษหัวใจของตัวเองอีกต่อไป... จงวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดนี้ลงที่หน้าพระแท่น ให้พระเมตตาของพระเจ้าชะล้างความเจ็บปวดนั้นออกไป และให้ท่านเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดเถิด
พระเยซูเจ้าตรัสว่า 'ผู้ที่ซื่อสัตย์ในเรื่องเล็กน้อย ก็ซื่อสัตย์ในเรื่องใหญ่ด้วย'... เบนจามินคือเด็กชายที่ซื่อสัตย์ในเรื่องเล็กน้อยเสมอ... เขาซื่อสัตย์ต่อความรักที่เขามีต่อครอบครัว เขาซื่อสัตย์ต่อความฝันเล็กๆ ของเขา เช่นการเป็น 'นักสังเกตการณ์สนามบิน' ร่วมกับคุณพ่อ... ความซื่อสัตย์เหล่านี้เองที่พระเจ้าทรงมองเห็น... เบนจามินไม่ได้จากไปไหนไกล เขากำลังรอคอยเราอยู่ที่นั่น... ไรอัน ลูกชายที่รักของพ่อ... พี่เบนยังคงอยู่กับหนูเสมอ... ในวันข้างหน้า เมื่อหนูมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเห็นเครื่องบินลำหนึ่งกำลังทะยานขึ้นสู่ก้อนเมฆ ให้หนูรู้ว่านั่นคือรอยยิ้มของพี่เบนที่กำลังส่งมาให้... อย่ากลัวที่จะเติบโต อย่ากลัวที่จะมีความสุข เพราะรอยยิ้มของหนูคือสิ่งที่พี่เบนอยากเห็นที่สุดจากบนสวรรค์... พี่เบนยังคงเป็นพี่ชายที่คอยปกป้องหนูเสมอ... เขาไม่ได้จากไปไหนไกล เขาเพียงแค่เปลี่ยนที่อยู่จากบ้านของเรา ไปอยู่ในบ้านของพระบิดา เพื่อเตรียมที่ไว้รอต้อนรับพวกเราทุกคน
ความรักของเบนจามินยังคงไหลรินผ่าน 'บ่อน้ำแห่งความรัก' (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกสร้างขึ้นในชื่อของเขา เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้ที่ขาดแคลนในดินแดนที่ห่างไกล... ทุกครั้งที่น้ำสะอาดไหลออกมา นั่นคือความเมตตาของเบนจามินที่ยังคงทำงานอยู่... เขาไม่ได้จากไปไหนไกล เขายังคง 'ให้' และ 'แบ่งปัน' ผ่านความดีที่ครอบครัวและมิตรสหายได้ทำในนามของเขา... ท่านอาลัน ท่านเถาครับ... ความคิดถึงที่ท่านมีต่อเบนจามิน บางครั้งอาจจะมาในรูปแบบของความฝัน... เหมือนกับที่ท่านเคยฝันว่าได้ยืนรอซื้อไอศกรีมกับเบนจามิน และเขาก็เป็นคนจ่ายเงินให้... ความฝันเหล่านั้นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นสะพานเล็กๆ ที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้หัวใจที่คิดถึงได้เชื่อมต่อกันชั่วขณะ... เบนจามินได้บอกพ่อว่า 'ไม่เป็นไรนะ Con sẽ dõi theo ba mẹ - ลูกจะคอยเฝ้าดูพ่อแม่นะ'... นี่คือคำพูดที่มาจากลูกชายผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญูและห่วงใย เขายังคงอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเสมอ
วันนี้ พ่ออยากให้ท่านนำสิ่งนี้ติดตัวกลับบ้านไปครับ: ในครั้งต่อไปที่ท่านเห็นนกน้อยบินผ่านไป หรือเห็นเครื่องบินกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ให้ท่านแหงนมองขึ้นไป ส่งยิ้มให้เบนจามิน และกระซิบเบาๆ ว่าท่านรักเขามากเพียงใด... การใช้ชีวิตต่อไปไม่ใช่การลืมเบนจามิน แต่คือการทำให้ความรักที่เขามอบให้ยังคงไหลรินผ่านชีวิตของท่านต่อไป... จงเข้มแข็งและวางใจเถิด เพราะพระเจ้าผู้ทรงสวมเกราะคุ้มกันให้เบนจามิน ก็ทรงกางปีกโอบกอดท่านไว้ด้วยความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน... พระเจ้าทรงเรียกให้เราเป็น 'บุตรแห่งความสว่าง' ที่ใช้เวลาที่เหลืออยู่บนโลกนี้สร้างสมสมบัติในสวรรค์... ขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยความหวัง เหมือนเบนจามินที่บัดนี้ได้พักผ่อนในพระสิริของพระองค์อย่างสมบูรณ์แล้ว... ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในใจของท่านทั้งหลายตลอดไป... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักประทานสันติสุขแก่ท่านทั้งหลายตลอดไป อาเมน
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.