เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน. ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาและพระเยซูคริสตเจ้าสถิตอยู่กับท่านทั้งหลาย.
พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ. พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ. พระคริสตเจ้า ทรงเมตตาเทอญ.
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า... ในช่วงเช้าที่อากาศสดใส หากเราลองแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เราอาจเห็นเครื่องบินลำหนึ่งกำลังตัดผ่านก้อนเมฆ มันเป็นภาพที่เรียบง่าย แต่สำหรับเบนจามิน วอ เด็กชายผู้หลงใหลในกลไกของการบิน ภาพนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องจักรที่ลอยอยู่ แต่มันคือความฝัน คือรหัสที่ซับซ้อนที่เขาพยายามถอดออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันไม่มีที่สิ้นสุด... เบนจามินไม่ได้มองโลกเหมือนที่เรามอง เขาเห็น 'ความเป็นไปได้' ในทุกสิ่ง เขามองเห็นความงดงามในรหัสคอมพิวเตอร์ที่เขาเขียนขึ้นเองใน Github ของเขา และเขามองเห็นความหวังในทุกครั้งที่เขาและคุณพ่อไปยืนดูเครื่องบินขึ้นลงที่สนามบิน... วันนี้ สี่เดือนผ่านไปนับตั้งแต่เขาก้าวไปสู่บ้านนิรันดร์ ความเงียบในบ้านของท่านอาลันและท่านเถาอาจดูเหมือนเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ แต่พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้กำลังจะมาเปิดประตูแห่งความหวังให้เราเห็นว่า 'ความพร้อม' นั้นหมายถึงอะไร
ในบทอ่านแรกจากหนังสือปรีชาญาณ เราได้ยินว่า 'ปรีชาญาณนั้นรุ่งเรืองและไม่เหี่ยวแห้ง ผู้ที่รักเธอก็จะพบเธอได้โดยง่าย'... ปรีชาญาณในที่นี้ไม่ใช่ความรู้เชิงวิชาการ แต่คือ 'ความเข้าใจในความรักของพระเจ้า' ที่ปรากฏแก่ผู้ที่เฝ้ารอ... เบนจามินเป็นเด็กชายที่แสวงหาปรีชาญาณนี้โดยสัญชาตญาณ เขาไม่ได้แสวงหาเพียงแค่ความรู้ทางเทคโนโลยี แต่เขามีหัวใจที่ละเอียดอ่อนและเปี่ยมด้วยความเมตตา... พี่น้องยังจำได้ไหมครับ ถึงวันที่เขาสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยความตั้งใจอันบริสุทธิ์ว่า เขาอยากจะมอบเงินเก็บในกระปุกออมสินทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือคุณลุงวิลเลียมที่ป่วยหนัก... เขาไม่ได้ทุบกระปุก ไม่ได้ทำลายสิ่งใดเลย... แต่นั่นคือ 'การเสนอ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้... นั่นคือหัวใจที่ถูกหลอมจนกลายเป็นสมบัติในสวรรค์... เขาเข้าใจว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในกระปุก แต่คือความรักที่พร้อมจะสละให้แก่ผู้อื่น... นี่คือความพร้อมที่พระเจ้าทรงมองเห็น... นี่คือ 'น้ำมันในตะเกียง' ที่เขาได้เตรียมไว้ในชีวิตอันแสนสั้นของเขา
พระเยซูเจ้าตรัสในพระวรสารวันนี้ว่า 'จงตื่นเฝ้าอยู่เถิด เพราะท่านไม่รู้วันและเวลา'... เรื่องราวของหญิงพรหมจารีที่ฉลาดและโง่เขลาอาจดูเหมือนการตำหนิ แต่ในความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น พระองค์กำลังเชื้อเชิญให้เรามี 'น้ำมันแห่งความรัก' อยู่ในใจเสมอ... น้ำมันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราจะไปซื้อหาได้ในนาทีสุดท้าย แต่มันคือการสะสมความดี การแบ่งปัน และการรักพระเจ้าผ่านทางผู้อื่นในทุกๆ วัน... เบนจามินได้เติมน้ำมันนั้นลงในตะเกียงของเขาผ่านรอยยิ้มที่สดใส ผ่านความกตัญญูที่เขามีต่อคุณพ่อคุณแม่ และผ่านความรักที่เขามีต่อไรอัน น้องชายของเขา... ความรักที่เขามอบให้นั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันยังคงไหลรินผ่าน 'บ่อน้ำแห่งความรัก' (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกสร้างขึ้นในชื่อของเขา เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้ที่ขาดแคลนในดินแดนที่ห่างไกล... ทุกครั้งที่น้ำสะอาดไหลออกมา นั่นคือความเมตตาของเบนจามินที่ยังคงทำงานอยู่... เขาไม่ได้จากไปไหนไกล เขายังคง 'ให้' และ 'แบ่งปัน' ผ่านความดีที่ครอบครัวและมิตรสหายได้ทำในนามของเขา... เขาคือเด็กชายที่ 'ตื่นเฝ้า' อยู่เสมอ ด้วยการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยความหมาย
ท่านอาลัน ท่านเถาครับ... พ่อรู้ว่าในฐานะพ่อแม่ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายผู้เป็นดวงใจนั้นมันหนักหนาเพียงใด... ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ความคิดถึงมักจะเดินทางมาเคาะประตูหัวใจของท่าน... ท่านอาจจะยังคงมองไปที่ที่นั่งว่างที่โต๊ะอาหาร หรือเห็นของเล่นชิ้นโปรดที่ยังวางอยู่ที่เดิม... ท่านอาจถามตัวเองด้วยความเจ็บปวดว่า 'เราทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า? เราควรจะทำอะไรได้มากกว่านี้ไหม?'... ในวินาทีนี้ พ่อขอพูดกับท่านด้วยความจริงและด้วยความรักของพระเจ้า: ท่านไม่ได้พลาดอะไรเลย... ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด ความเจ็บป่วยที่พรากเบนจามินไปนั้น ไม่ใช่บทลงโทษและไม่ใช่ความบกพร่องของท่านทั้งสิ้น... มันเป็นความทุกข์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่มีความรักหรือความใส่ใจใดในโลกจะขวางกั้นได้... ท่านได้รัก ได้ดูแล และได้โอบกอดเบนจามินด้วยหัวใจทั้งหมดของความเป็นพ่อแม่แล้ว และเบนจามินก็รับรู้ความรักนั้นอย่างเต็มเปี่ยม... พระเจ้าผู้ทรงเมตตาไม่ได้กล่าวโทษท่าน... และท่านก็ไม่ควรลงโทษหัวใจของตัวเองอีกต่อไป... จงวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดนี้ลงที่หน้าพระแท่น ให้พระเมตตาของพระเจ้าชะล้างความเจ็บปวดนั้นออกไป และให้ท่านเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดเถิด... ท่านได้ทำดีที่สุดแล้ว และเบนจามินก็ภูมิใจในตัวพ่อแม่ของเขามากเพียงใด ท่านทราบไหมครับ?
ไรอัน ลูกชายที่รักของพ่อ... พี่เบนยังคงอยู่กับหนูเสมอ... ในวันข้างหน้า เมื่อหนูมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเห็นเครื่องบินลำหนึ่งกำลังทะยานขึ้นสู่ก้อนเมฆ ให้หนูรู้ว่านั่นคือรอยยิ้มของพี่เบนที่กำลังส่งมาให้... อย่ากลัวที่จะเติบโต อย่ากลัวที่จะมีความสุข เพราะรอยยิ้มของหนูคือสิ่งที่พี่เบนอยากเห็นที่สุดจากบนสวรรค์... พี่เบนยังคงเป็นพี่ชายที่คอยปกป้องหนูเสมอ... เขาไม่ได้จากไปไหนไกล เขาเพียงแค่เปลี่ยนที่อยู่จากบ้านของเรา ไปอยู่ในบ้านของพระบิดา เพื่อเตรียมที่ไว้รอต้อนรับพวกเราทุกคน... พี่ชายของหนูไม่ได้หายไปไหน เขาแค่ไปรอหนูอยู่ที่ปลายทางของความฝันที่เขาสร้างขึ้น... การที่หนูพกการ์ดเครื่องบินไว้ในเคสโทรศัพท์ นั่นคือการบอกว่าพี่เบนยังคงเดินทางไปกับหนูทุกที่... จงเก็บความทรงจำเหล่านั้นไว้เป็นน้ำมันในตะเกียงของหนู เพื่อให้หนูมีความกล้าหาญที่จะใช้ชีวิตที่งดงามต่อไป
นักบุญเปาโลในบทอ่านที่สองเตือนเราว่า 'เราไม่อยากให้ท่านไม่รู้เรื่องผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เพื่อท่านจะได้ไม่โศกเศร้าเหมือนคนอื่นที่ไม่มีความหวัง'... ความหวังของเราไม่ใช่ความเพ้อฝัน แต่มันคือความจริงที่ว่าพระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์และกลับคืนชีพ... และเพราะพระองค์ทรงเป็นขึ้นมา เราจึงมั่นใจได้ว่าเบนจามินก็อยู่ในอ้อมกอดของพระองค์ด้วย... ความคิดถึงที่ท่านมีต่อเบนจามิน บางครั้งอาจจะมาในรูปแบบของความฝัน... เหมือนกับที่ท่านเคยฝันว่าได้ยืนรอซื้อไอศกรีมกับเบนจามิน และเขาก็เป็นคนจ่ายเงินให้... ความฝันเหล่านั้นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่เป็นสะพานเล็กๆ ที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้หัวใจที่คิดถึงได้เชื่อมต่อกันชั่วขณะ... เบนจามินได้บอกพ่อว่า 'ไม่เป็นไรนะ... Con sẽ dõi theo ba mẹ - ลูกจะคอยเฝ้าดูพ่อแม่นะ'... นี่คือคำพูดที่มาจากลูกชายผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญูและห่วงใย เขายังคงอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวเสมอ
วันนี้ พ่ออยากให้ท่านนำสิ่งนี้ติดตัวกลับบ้านไปครับ: ในครั้งต่อไปที่ท่านเห็นนกน้อยบินผ่านไป หรือเห็นเครื่องบินกำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ให้ท่านแหงนมองขึ้นไป ส่งยิ้มให้เบนจามิน และกระซิบเบาๆ ว่าท่านรักเขามากเพียงใด... การใช้ชีวิตต่อไปไม่ใช่การลืมเบนจามิน แต่คือการทำให้ความรักที่เขามอบให้ยังคงไหลรินผ่านชีวิตของท่านต่อไป... จงเข้มแข็งและวางใจเถิด เพราะพระเจ้าผู้ทรงสวมเกราะคุ้มกันให้เบนจามิน ก็ทรงกางปีกโอบกอดท่านไว้ด้วยความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นกัน... พระเจ้าทรงเรียกให้เราเป็น 'บุตรแห่งความสว่าง' ที่ใช้เวลาที่เหลืออยู่บนโลกนี้สร้างสมสมบัติในสวรรค์... ขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยความหวัง เหมือนเบนจามินที่บัดนี้ได้พักผ่อนในพระสิริของพระองค์อย่างสมบูรณ์แล้ว... ขอให้สันติสุขของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในใจของท่านทั้งหลายตลอดไป... อาเมน.
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงเป็นที่พึ่งพิงคุ้มครองท่านทั้งหลายในยามโศกเศร้า และประทานสันติสุขแก่ท่านตลอดไป. อาเมน.
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.