เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต ขอพระหรรษทานและสันติสุขจากพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้ทรงเป็นความหวังและการกลับคืนชีพของเรา สถิตกับท่านทั้งหลายในค่ำคืนแห่งการร่วมใจภาวนานี้
ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงพระกรุณาเทอญ ข้าแต่พระคริสตเจ้า โปรดทรงพระกรุณาเทอญ ข้าแต่พระยาห์เวห์ โปรดทรงพระกรุณาเทอญ
พี่น้องที่รักในพระคริสตเจ้า...
ลองจินตนาการถึงบรรยากาศภายในศาลาธรรมที่เมืองนาซาเร็ธในวันสะบาโตวันนั้นดูสิครับ... อากาศอาจจะอบอ้าว มีฝุ่นละอองเล็กๆ ลอยล่องอยู่ในลำแสงแดดที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา... ทุกคนนั่งเงียบสงบ... เสียงเดียวที่ได้ยินในขณะนั้นคือเสียงของเนื้อกระดาษหนังที่ค่อยๆ คลี่ออก... เสียงแผ่วเบาของการคลี่ม้วนหนังสือโบราณในพระหัตถ์ของพระเยซูเจ้า... ทุกสายตาจ้องมองไปที่พระหัตถ์คู่นั้น... พระองค์ทรงหาข้อความที่ประกาศกอิสยาห์ได้เขียนไว้... ทรงอ่านด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยสิทธิอำนาจและความรัก... และเมื่อทรงอ่านเสร็จแล้ว พระวรสารบันทึกรายละเอียดที่เล็กน้อยแต่สำคัญยิ่งว่า... พระองค์ทรงม้วนหนังสือส่งคืนให้เจ้าหน้าที่ แล้วทรงนั่งลง...
ม้วนหนังสือที่ถูกคลี่ออก... และม้วนหนังสือที่ถูกม้วนเก็บกลับคืน...
นี่คือภาพที่พ่ออยากชวนพี่น้องทุกท่านให้หยุดคิดและพิจารณาในวันนี้... ชีวิตของเราแต่ละคนก็เปรียบเสมือนม้วนหนังสือที่พระผู้เป็นเจ้าทรงคลี่ออกในโลกนี้... ม้วนหนังสือบางม้วนอาจจะยาวเหยียด ผ่านประวัติศาสตร์และกาลเวลาหลายทศวรรษ... แต่บางม้วน... พระผู้เป็นเจ้าทรงคลี่ออกเพียงช่วงเวลาสั้นๆ... ทรงจารึกถ้อยคำอันงดงาม ละเอียดอ่อน และลึกซึ้งลงไป... แล้วพระองค์ก็ทรงม้วนเก็บมันกลับคืนสู่พระหัตถ์ของพระองค์อย่างทะนุถนอม... แม้ม้วนหนังสือนั้นจะสั้นในสายตาของมนุษย์... แต่มันก็สมบูรณ์และสำเร็จบริบูรณ์ในสายพระเนตรของพระเจ้าแล้ว...
วันนี้... เป็นเวลาประมาณสองเดือนแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2026 วันที่ม้วนหนังสือชีวิตในโลกนี้ของ Benjamin Vo หรือ 'เบน' ของเราได้ถูกม้วนเก็บกลับคืนสู่สวรรค์... สองเดือนที่ผ่านไป... ความเงียบงันในบ้านอาจจะเริ่มหยั่งรากลึกขึ้น... ความจริงของการสูญเสียเริ่มแจ่มชัดในทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเก้าอี้ตัวนั้นยังคงว่างเปล่า... บาดแผลในใจของคุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา และน้องไรอัน... ยังคงเป็นบาดแผลที่สดใหม่และเจ็บปวดลึกซึ้ง... พ่อรู้ดีว่าความทุกข์ระทมที่ไม่มีเสียงนี้มันหนักหน่วงเพียงใด... การต้องเดินผ่านห้องของลูก... การเห็นโปรเจกต์งานเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ที่เขายังทำค้างไว้ในหน้าจอ... การเห็นสิ่งของส่วนตัวของเขา... สิ่งเหล่านี้คือความจริงที่เจ็บปวดเหลือเกิน... พ่อจะไม่บอกให้ท่านรีบหยุดร้องไห้... พ่อจะไม่บอกว่า 'ไม่เป็นไรหรอก' ... เพราะในความเป็นจริงแล้ว มันเจ็บปวดมาก... และการร้องไห้คือการประกาศว่าเบนจามินมีความหมายต่อหัวใจของท่านมากมายเพียงใด...
แต่พี่น้องครับ... ขอให้เรามองไปที่ม้วนหนังสือชีวิตของเบนจามินร่วมกัน... เบนเป็นเด็กหนุ่มที่มีสติปัญญาอันล้ำเลิศเกินวัย... เขามีความสามารถในการเข้าใจระบบตรรกะ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างน่าอัศจรรย์... ในขณะที่เด็กวัยเดียวกันกำลังเล่นสนุกไปตามประสา... เบนกลับหยั่งลึกเข้าไปในโลกของ AI, DevOps, และโครงสร้างระบบคลาวด์ AWS... เขาเขียนโค้ดและสร้างสรรค์แอปพลิเคชันต่างๆ เก็บไว้ในคลังเก็บข้อมูลส่วนตัวของเขา... สติปัญญาของเขาเฉียบแหลมประหนึ่งว่าเขาสามารถมองเห็นระบบการทำงานที่ซับซ้อนของโลกใบนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง... หากเปรียบชีวิตเป็นรหัสคอมพิวเตอร์... เบนจามินก็คือผู้ที่สามารถอ่านและเขียนรหัสเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่ว...
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ม้วนหนังสือชีวิตของ เบน หรือ Benjamin Vo งดงามที่สุด ไม่ใช่ความชาญฉลาดในเรื่องเทคโนโลยีหรือตัวเลข... แต่คือ 'หัวใจอันอ่อนโยน' ที่ซ่อนอยู่ภายใต้สติปัญญาอันล้ำเลิศนั้น... เขาเป็นเด็กที่รักและเคารพป๋าและม้าอย่างสุดหัวใจ... เขามีรอยยิ้มที่สดใสและอบอุ่นเสมอ... ความผูกพันที่เขามีต่อครอบครัวนั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะพรรณนา... พ่อจำได้ว่าตอนที่เขาอายุเพียง 12 ปี... ในงานวันเกิดครบรอบ 40 ปีของคุณพ่ออาลัน... เด็กชายเบนจามินกลับหลั่งน้ำตาออกมา... ไม่ใช่เพราะความเศร้าในปัจจุบัน... แต่เป็นเพราะความรักอันเปี่ยมล้นและความกลัวล่วงหน้าว่าจะต้องสูญเสียคุณพ่อผู้เป็นที่รักไปในวันใดวันหนึ่ง... น้ำตาของเด็กชายในวันนั้นคือพยานหลักฐานอันหนักแน่นว่า... หัวใจของเบนจามินไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขหรืออัลกอริทึมที่เย็นชา... แต่ขับเคลื่อนด้วยความรักที่ร้อนรนและบริสุทธิ์ยิ่ง...
ในบทอ่านแรกวันนี้... นักบุญเปาโลได้กล่าวถ้อยคำที่ลึกซึ้งต่อชาวโครินธ์ว่า... 'ข้าพเจ้าไม่ได้มาด้วยความเหนือกว่าในคำพูดหรือในสติปัญญา... แต่ข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไม่รู้อะไรเลยในหมู่พวกท่าน นอกจากพระเยซูคริสต์ และพระองค์ผู้ทรงถูกตรึงกางเขน' ... นักบุญเปาโลผู้เป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่... กลับเลือกที่จะละทิ้งความรู้ทางโลกทั้งหมดเพื่อหันมาหาความรักอันเรียบง่ายและลึกซึ้งของพระคริสตเจ้า... เบนจามินก็เช่นเดียวกัน... แม้เขาจะมีปัญญาที่สามารถเข้าใจโครงสร้างคลาวด์ที่ซับซ้อน... แต่ในความสัมพันธ์กับครอบครัวและผู้อื่น... เขาเลือกที่จะใช้ภาษาที่ง่ายที่สุด... นั่นคือภาษาของความรัก ความสุภาพ และการเอาใจใส่...
พ่ออยากจะแบ่งปันความจริงประการหนึ่งแก่คุณพ่ออาลันและคุณแม่เถา... ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าเช่นนี้... ปีศาจมักจะฉวยโอกาสหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยและความรู้สึกผิดลงในใจของพ่อแม่... มันมักจะกระซิบถามในความมืดว่า... *'เราดูแลเขาดีพอหรือยัง?'*... *'ถ้าเราสังเกตเห็นอาการเร็วกว่านี้สักนิด... ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปไหม?'*... *'เป็นเพราะความบกพร่องของเราหรือเปล่าที่ทำให้ลูกต้องจากไป?'*... คำถามเหล่านี้คือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นซึ่งคอยล่ามหัวใจของท่านไว้กับความทุกข์ทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด...
พ่อขอประกาศความจริงของพระเจ้าแก่ท่านทั้งสองในวันนี้... เหมือนที่พระเยซูเจ้าตรัสตอบบรรดาศิษย์เมื่อเห็นชายตาบอดว่า *'ไม่ใช่ชายคนนี้หรือพ่อแม่ของเขาที่ทำบาป'*... ความเจ็บป่วยและกาลเวลาที่สิ้นสุดลงของเบนจามิน... ไม่ใช่บทลงโทษของพระเจ้า... และไม่ใช่ความบกพร่องหรือความผิดพลาดของท่านทั้งสองเลยแม้แต่น้อย... ไม่มีสิ่งใดที่ท่านทำพลาดไป... ท่านได้รักเบนจามินอย่างดีที่สุดเท่าที่พ่อแม่คู่หนึ่งจะรักลูกได้ในโลกนี้... ท่านได้มอบความอบอุ่น ได้ร่วมเดินทางแสวงบุญ ได้พากันไปชื่นชมโลกกว้าง... และที่สำคัญที่สุด... ท่านได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มที่เปี่ยมด้วยความเชื่อและความรัก... ขอโปรดวางก้อนหินแห่งความรู้สึกผิดนี้ลงเถิด... ปลดปล่อยหัวใจของท่านให้เป็นอิสระ... เพื่อที่ท่านจะสามารถระลึกถึงเบนจามินด้วยความรักที่บริสุทธิ์... โดยไม่มีความหวาดหวั่นหรือความเสียใจหลงเหลืออยู่...
และในพระวรสารวันนี้... เราเห็นภาพของพระเยซูเจ้าที่เสด็จกลับมายังบ้านเกิดของพระองค์ที่เมืองนาซาเร็ธ... ทรงประกาศข่าวดี... แต่ผู้คนกลับปฏิเสธพระองค์... พวกเขาพูดว่า *'คนนี้ไม่ใช่ลูกของโยเซฟหรือ?'*... พวกเขามองเห็นพระองค์เพียงแค่ภายนอก... มองเห็นเพียงแค่มิติทางโลก... แต่พวกเขาไม่ได้มองเห็นพระอานุภาพและพระจิตของพระเจ้าที่สถิตอยู่กับพระองค์... ในทำนองเดียวกัน... โลกนี้อาจจะมองดูชีวิตของเบนจามินแล้วพูดว่า... *'น่าเสียดายเหลือเกิน... เด็กหนุ่มผู้มีอนาคตไกล มีสติปัญญาเลิศเลอขนาดนี้... ทำไมต้องด่วนจากไปในวัยเพียง 15 ปี?'*... โลกมองเห็นเพียงความสูญเสียและม้วนหนังสือที่ปิดลงเร็วเกินไป...
แต่สำหรับเราผู้มีความเชื่อ... เรามองเห็นสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น... เรามองเห็นว่าม้วนหนังสือชีวิตของเบนจามินไม่ได้ถูกทำลาย... แต่ได้รับการ 'สำเร็จบริบูรณ์' แล้วในพระคริสตเจ้า... เบนจามินได้ผ่านการทดสอบทุกประการในโลกนี้แล้ว... ดังที่เขาเคยมาเข้าฝันคุณพ่ออาลันอย่างอบอุ่นและพูดว่า... *'ป๋าครับ... ไม่ว่าการทดสอบไหนๆ ผมก็ผ่านหมดแล้ว... ผมสามารถหายใจได้เองตามปกติแล้ว... ไม่ต้องห่วงนะครับ... ผมจะคอยเฝ้ามองป๋าและม้าเสมอ'*... นี่ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน... แต่เป็นสารแห่งความหวังที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้ส่งมาถึงท่าน... เพื่อบอกว่าบัดนี้เบนจามินมีความสุขแท้จริงในสวรรค์... เขาไม่ต้องเผชิญกับความอึดอัด ความเจ็บปวด หรือข้อจำกัดของร่างกายอีกต่อไป... เขากำลังโบยบินอยู่ในท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล... ยิ่งกว่าเครื่องบินเจ็ทลำใดๆ ในโลกที่เขาเคยหลงใหล...
สำหรับไรอัน... น้องชายผู้เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเบน... พ่อรู้ว่าหัวใจของหนูต้องเผชิญกับความสับสนและความอ้างว้างอย่างหนัก... พี่ชายที่เคยอยู่เคียงข้าง... เคยแบ่งปันเสียงหัวเราะ... บัดนี้ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว... แต่ขอให้ไรอันรู้ว่า... จิตวิญญาณและความรักของพี่เบนยังคงอยู่ในตัวหนู... ทุกครั้งที่หนูตั้งใจเรียน... ทุกครั้งที่หนูยิ้มและก้าวเดินต่อไปด้วยความเข้มแข็ง... หนูกำลังทำให้ชีวิตของพี่เบนยังคงดำเนินต่อไปในโลกนี้... พี่เบนกำลังเฝ้ามองและเชียร์หนูอยู่จากบนสวรรค์ร่วมกับนักบุญคาร์โล อาคูติส... ขอให้หนูเข้มแข็งเพื่อป๋าเพื่อม้า... และเพื่อตัวหนูเองด้วยนะลูก...
พี่น้องที่รัก... ความรักของเบนจามินยังคงหลั่งไหลและให้ชีวิตแก่โลกใบนี้อย่างเงียบเชียบ... เหมือนกับน้ำสะอาดที่ไหลรินจาก 'บ่อน้ำแห่งความรักของยอห์น บัปติสตา' (Giếng Gioan Baotixita) ที่ถูกสร้างขึ้นในนามของเบนจามินที่จังหวัดก่าเมา ประเทศเวียดนาม... น้ำที่ช่วยดับกระหายและให้ชีวิตแก่ผู้ยากไร้... นั่นคือภาพสะท้อนของชีวิตของเบน... แม้ตัวเขาจะจากไป... แต่กระแสน้ำแห่งความรักและความเมตตาของเขายังคงไหลเวียนและสร้างความหวังให้แก่ผู้คนอีกมากมาย...
ก่อนที่เราจะก้าวเดินออกจากศาลาธรรมแห่งนี้ไปสู่ชีวิตประจำวัน... พ่ออยากให้ทุกท่านนำสิ่งหนึ่งติดตัวไป... นั่นคือ 'การยอมรับม้วนหนังสือชีวิตของเราด้วยความไว้วางใจ' ... เราไม่รู้ว่าม้วนหนังสือของเราจะยาวหรือสั้นเพียงใด... แต่สิ่งสำคัญคือ... ในทุกๆ วันที่เรายังมีลมหายใจ... เราได้เขียนถ้อยคำแห่งความรัก ความเมตตา และความเชื่อลงไปในม้วนหนังสือของเราแล้วหรือยัง?... ขอให้เราเลียนแบบความบริสุทธิ์ใจของเบนจามิน... ที่พร้อมจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดของตนให้แก่ผู้อื่นเสมอ...
เบนจามิน... ลูกรัก... บัดนี้ลูกได้พักผ่อนอย่างสงบในอ้อมกอดอันอบอุ่นของพระบิดาเจ้าสวรรค์และพระแม่มารีย์แล้ว... ขอลูกช่วยวิงวอนเทอญเพื่อคุณพ่ออาลัน คุณแม่เถา และน้องไรอัน... ให้พวกเขามีกำลังใจ มีสันติสุขที่เหนือความเข้าใจ... และมีความหวังอันมั่นคงเสมอ... จนกว่าจะถึงวันที่เราทุกคนจะได้พบกันอีกครั้งในงานเลี้ยงนิรันดรในสวรรค์... ที่ซึ่งจะไม่มีการพรากจากกันอีกเลย...
ขอพระเจ้าประทานพระพรและสันติสุขแก่ทุกท่าน... อาเมน
For the intentions entrusted to Ben on our prayer wall:
เราวอนขอตามพระบัญชาของพระผู้กอบกู้ และตามคำสั่งสอนจากพระญาณของพระองค์ เราจึงบังอาจกล่าวว่า
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์ พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์ โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้ โปรดประทานอภัยบาปแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้าย อาแมน
ขอพระเจ้าผู้ทรงเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความหวังและสันติสุข ทรงอภิบาลรักษาดวงใจของท่านทั้งหลาย และประทานพละกำลังในการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อมั่นเสมอไป เดชะพระนามพระบิดา และพระบุตร และพระจิต... อาเมน
✝ May almighty God bless you: the Father, and the Son, and the Holy Spirit. Amen.